🔥 Note: !!!!! อ่านเลย!

ตำนานเย่าเฉิน (Side Story) : บทที่ 14 การขับไล่

ภาพปก

📚 สัประยุทธ์ทะลุฟ้า : ตำนานเย่าเฉิน (Side Story)

บทที่ 14 การขับไล่

บิดาของเย่าเฉินเสียสละชีพในตำแหน่งองครักษ์เหล็ก แม้จะไม่คุ้นเคยกับองครักษ์เหล็กผู้นี้เป็นการส่วนตัว แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเย่าเฉิน ใจคนย่อมเห็นใจคน การดูแลช่วยเหลือตามสมควรย่อมมีบ้าง เวลานี้ องครักษ์เหล็กจึงส่งสายตาเตือนเย่าเฉินว่าอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม

ทว่าเย่าเฉินในยามนี้จิตใจว้าวุ่น ไหนเลยจะรับฟังสิ่งใดได้ เตรียมตัวมาสองปี ทนทุกข์มาสองปี ถูกผนึกมาสองปี ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเพื่อความสำเร็จในวันนี้ แต่กลับถูกคนใช้วิธีการของวิญญูชนจอมปลอมสับเปลี่ยนสมุนไพร จนต้องล้มเหลวในขั้นตอนสุดท้าย... จึงอดไม่ได้ที่จะตะโกนด้วยความโกรธแค้นว่า "เขาแอบเปลี่ยนสมุนไพรของข้า!"

"อย่าพูดจาเหลวไหล ตลอดกระบวนการทั้งหมด ข้าเฝ้าจับตาดูอยู่ในที่ลับ รับประกันว่าไม่มีการสับเปลี่ยนใดๆ" องครักษ์เหล็กขมวดคิ้วแน่นขึ้น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด คำเตือนเขาก็ได้บอกไปแล้ว ในสถานการณ์เช่นนี้ ถือว่าไว้หน้ากันมากแล้ว แต่คำพูดของเย่าเฉินในตอนนี้ ฟังดูแล้วเหมือนการหาเรื่องอย่างไร้เหตุผล ซึ่งทำให้เขาลำบากใจ ตลอดการแข่งขันงานชุมนุมโอสถ ไม่รู้ว่ามีกี่สายตาจ้องมองอยู่ คิดจะสับเปลี่ยนสมุนไพร อย่าว่าแต่เย่าเฟิงเลย ต่อให้เป็นจอมโจรเทพยดามาเอง ก็ไม่มีทางทำได้

ตูม...

ทันใดนั้น เตาหลอมยาของเย่าเฉินก็ส่งเสียงคำราม ควันดำโขมงพวยพุ่งออกมาจากเตา พร้อมกลิ่นไหม้ฉุนกึก เมื่อไม่มีปฏิกิริยาของหญ้าดาราเหิน สมุนไพรต่างๆ ที่ทำปฏิกิริยาเกินขนาดจึงเสียสมดุล เกิดสภาวะเตาอับ ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

เย่าเฉินหันขวับไป รู้สึกวิงเวียนศีรษะวูบหนึ่ง เมื่อหันกลับมามององครักษ์เหล็กที่ขวางหน้าอยู่ ก็ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

"ไม่ เป็นเขาที่เปลี่ยนหญ้าดาราเหินของข้า เปลี่ยนหญ้าดาราเหินของข้าเป็นหญ้าธุลีดารา..."

ความหวังทั้งหมด ถูกบดขยี้จนแหลกสลายในวินาทีที่ใกล้ความสำเร็จที่สุด แรงกระแทกนี้แทบจะสูบเรี่ยวแรงทั้งหมดของเย่าเฉินไป แม้กระทั่งสติสัมปชัญญะ...

เขาคำรามก้อง พยายามจะฝ่าองครักษ์เหล็ก พุ่งเข้าไปหาเย่าเฟิง!

เวลานี้เขาถึงนึกขึ้นได้ ที่เมื่อครู่เย่าเฟิงทำทีจะให้ยืมเตาควบคุมไฟเป็นเรื่องลวง จุดประสงค์ที่แท้จริงคือเพื่อแอบเปลี่ยนสมุนไพรของเขา และมันก็ทำสำเร็จ

ทันใดนั้น ร่างสองร่างก็ปรากฏขึ้นข้างกายเย่าเฉิน คือหัวหน้าหอคุมกฎเย่าว่านกุย และผู้อาวุโสสูงสุดเย่าว่านหั่ว

"เกิดเรื่องอะไรขึ้น ยังไม่รีบพามันออกไปจากลานประลองอีก" เย่าว่านกุยไม่แม้แต่จะปรายตามองเย่าเฉิน เพียงกล่าวกับองครักษ์เหล็กด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ขอรับ เย่าเฉิน" องครักษ์เหล็กส่งสายตา บอกให้เย่าเฉินลงไปเสีย ถือว่าไว้หน้าเขาแล้ว

"ข้าลงไปก็ได้ แต่เรื่องที่เย่าเฟิงแอบเปลี่ยนหญ้าดาราเหินของข้า จะจัดการอย่างไร?"

"เรื่องเหลวไหล เย่าเฉิน ก่อนจะพูดอะไร ทางที่ดีควรกลั่นกรองผ่านสมองเสียก่อน" เย่าว่านกุยปรายตามองเย่าเฉินอย่างเย็นชา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยอย่างดูแคลน

เย่าเฉินกัดฟันแน่น ความดื้อรั้นพุ่งขึ้นสมอง กล่าวต่อว่า "ขอให้ผู้อาวุโสทุกท่านโปรดพิจารณา เย่าเฟิงแอบเปลี่ยนสมุนไพรของข้าจริงๆ"

"ดีมาก! นี่เจ้ารนหาที่ตายเองนะ"

เย่าว่านกุยโบกมือ ทันใดนั้นก็มีองครักษ์เหล็กอีกสามคนปรากฏตัวขึ้น องครักษ์เหล็กสามคนนี้มีการแต่งกายที่แตกต่างจากคนที่ปรากฏตัวก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง สวมชุดผ้าดิบ ชายแขนเสื้อปักลวดลายสัญลักษณ์พิเศษด้วยเทคนิคปักซ่อน นี่คือองครักษ์เหล็กชั้นใน ขึ้นตรงต่อหอคุมกฎ และมีพลังฝีมืออย่างน้อยระดับราชันยุทธ์

"ทั้งสามท่าน ได้ตรวจสอบการทุจริตอย่างละเอียดแล้วหรือไม่?"

"เรียนหัวหน้าหอคุมกฎ ไม่มีการทุจริตอย่างแน่นอน สิ่งที่เด็กคนนี้พูด ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระ"

องครักษ์เหล็กระดับราชันยุทธ์ทั้งสามสายตาเย็นเยียบดุจงูพิษ ศึกตัดสินครั้งนี้ พวกเขาทั้งสามเป็นผู้ลาดตระเวนตรวจสอบการทุจริตในที่ลับ หากข้อกล่าวหาของเย่าเฉินที่ว่าเย่าเฟิงสับเปลี่ยนสมุนไพรเป็นจริง ก็เท่ากับว่าพวกเขาบกพร่องในหน้าที่ ผลการประเมินผลงานปีนี้ย่อมชวดระดับดีเยี่ยม เคล็ดวิชาและทรัพยากรก็จะล้าหลังกว่าคนอื่น การยืนกรานของเย่าเฉิน เท่ากับสร้างความแค้นครั้งใหญ่กับพวกเขา ย่อมไม่มีทางที่พวกเขาจะญาติดีด้วย

"เป็นไปไม่ได้" ใบหน้าของเย่าเฉินเปลี่ยนจากเขียวคล้ำเป็นซีดขาว เวลานี้เขาเข้าใจแล้ว การแข่งขั้นนัดสำคัญเช่นนี้ ย่อมมีคนเฝ้าระวังในที่ลับ ไม่มีใครโกงได้ แต่ถ้าไม่ใช่เย่าเฟิงแอบเปลี่ยนยา... แล้วหญ้าดาราเหินของเขาจะกลายเป็นหญ้าธุลีดาราได้อย่างไร?

"ทำไม? เจ้ากำลังจะกล่าวหาว่าพวกเราสามคนละเลยหน้าที่งั้นรึ?"

องครักษ์เหล็กระดับราชันยุทธ์ทั้งสามสายตายิ่งเย็นชาลงไปอีก

"ข้า..."

"หาข้ออ้างให้กับความล้มเหลวของตนเองไม่ใช่เรื่องผิด เป็นวิสัยปุถุชน แต่การใส่ร้ายคนในตระกูลเดียวกัน ถือเป็นความผิดมหันต์ ในฐานะหัวหน้าหอคุมกฎ ข้าไม่อนุญาตให้เรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นในตระกูล"

เย่าว่านกุยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาพลางประสานมือคารวะไปทางประมุขตระกูลที่อยู่บนแท่นสูงไกลออกไป ก่อนจะประกาศแก่เย่าเฉินด้วยเสียงอันต่ำลึก "ด้วยอำนาจแห่งหอคุมกฎ ข้าขอขับไล่เจ้าออกจากตระกูลเย่า ห้ามเหยียบย่างเข้าสู่ดินแดนตระกูลเป็นเวลาสามสิบปี เจ้าจะสร้างความดีไถ่โทษ หรือจะตกต่ำจนถึงที่สุดก็ได้ แต่ภายในสามสิบปีนี้ ห้ามใช้ชื่อตระกูลเย่ากระทำการใดๆ หากตรวจสอบพบ ไม่ว่าจะสุดหล้าฟ้าเขียว ก็จะไม่มีที่ยืนสำหรับเจ้า ทหาร นำตัวออกไป"

ตูม!

องครักษ์เหล็กอีกสองนายปรากฏตัวขึ้นบนเวที ขนาบซ้ายขวา ล็อคตัวเย่าเฉินแล้วลากลงจากเวทีอย่างแข็งกร้าว

เห็นได้ชัดว่า นี่คือการจงใจเหยียดหยามต่อหน้าธารกำนัล

บนแท่น ผู้อาวุโสเย่าหลั่นอ้าปากค้าง ก่อนจะกระซิบกับผู้อาวุโสสูงสุดเย่าว่านหั่วว่า "ผู้อาวุโสสูงสุด เด็กคนนี้มีพรสวรรค์ดีจริง แม้จะดูมุทะลุไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นต้องขับไล่ออกจากตระกูล..."

เย่าว่านหั่วขมวดคิ้ว แต่นิ่งเงียบ ในตระกูลมีวิถีแห่งความสมดุล เมื่อไม่นานมานี้ หอคุมกฎที่นำโดยเย่าว่านกุยเพิ่งจะไว้หน้าเขา หากเขาเอ่ยปากตอนนี้ ย่อมปกป้องเย่าเฉินได้แน่ แต่จะทำให้กลุ่มผู้อาวุโสสูงสุดเกิดความขัดแย้งกับหอคุมกฎ ซึ่งเป็นผลเสียต่อผลประโยชน์ของตระกูลอย่างยิ่ง คุ้มหรือไม่ที่จะทำเพื่อศิษย์ตระกูลสาขาที่มีพรสวรรค์เพียงเล็กน้อย?

เย่าหลั่นกล่าวอีกว่า "ผู้อาวุโส เด็กคนนี้ควรได้รับโทษจริง แต่เปลี่ยนเป็นลงโทษให้สำนึกผิดด้วยการปรุงยาเป็นเวลาสิบปี ใช้ยาเพลิงม่วงไถ่โทษดีหรือไม่ จะขับไล่ออกจากตระกูลเพียงเพราะความมุทะลุชั่ววูบ มันจะทำร้ายจิตใจคนเกินไป"

เย่าว่านหั่วมองเย่าหลั่นแวบหนึ่ง แม้เย่าหลั่นจะเป็นผู้อาวุโสลำดับท้ายสุดในโรงเรียนตระกูล แต่ก็เป็นอาจารย์สอนปรุงยาขั้นต้นที่เก่งที่สุดในตระกูล ในเมื่อเขาเอ่ยปากซ้ำ การไว้หน้านี้ก็พอมอบให้ได้

"อะแฮ่ม ว่านกุย ขับไล่ออกจากตระกูลดูจะรุนแรงไปหรือไม่? เปลี่ยนเป็นสำนึกผิดปรุงยาสิบปีเป็นอย่างไร?" เย่าว่านหั่วยื่นมือออกไป กล่าวเรียบๆ

"ผู้อาวุโสสูงสุดว่านหั่วเอ่ยปาก ย่อมต้องไตร่ตรองมาดีแล้ว แต่ที่ข้าลงโทษหนักเช่นนี้ มิใช่ไร้เหตุผล ความจริงคือเย่าเฉินผู้นี้มีความประพฤติชั่วช้า หากไม่ขับไล่ออกไป จะเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อยของตระกูลอย่างยิ่ง"

"ประพฤติชั่วช้า?"

เย่าว่านหั่วหันไปมองเย่าหลั่น

เย่าหลั่นงุนงง ไม่รู้ว่าความประพฤติชั่วช้าที่เย่าว่านกุยพูดถึงคืออะไร ในสายตาเขา สองปีมานี้เย่าเฉินตั้งใจเรียนและทำตัวเรียบง่ายในโรงเรียนตระกูล ไม่เคยมีข่าวเสียหายใดๆ

"พวกเจ้า ขึ้นมาซิ"

เย่าว่านกุยกวักมือเรียก ทันใดนั้นเด็กหนุ่มไม่กี่คนก็เดินออกมาจากด้านข้าง

"พวกเจ้า รายงานเรื่องที่พูดกับข้าเมื่อวานให้ผู้อาวุโสสูงสุดทราบซิ"

"ขอรับ เรียนผู้อาวุโสสูงสุด ก่อนหน้านี้ พวกข้าเห็นกับตาว่าเย่าเฉินขโมยหญ้าพยัคฆ์อัคคีชั้นเลิศ"

"หญ้าพยัคฆ์อัคคี?" ดวงตาเย่าว่านหั่วฉายแววเคร่งขรึม หญ้าพยัคฆ์อัคคีในคลังตระกูลขาดแคลนอย่างหนัก ทุกครั้งที่มีมาเติม ก็จะถูกผู้อาวุโสเย่าเซียวตัดหน้าเอาไป ดูเหมือนกำลังพยายามหลอมโอสถระดับแปด ซึ่งหญ้าพยัคฆ์อัคคีเป็นตัวประสานยาที่ดีที่สุด การที่เย่าเฉินหาหญ้าพยัคฆ์อัคคีมาได้ ในฐานะศิษย์ตระกูลสาขาที่ตกอับ ย่อมมีจุดน่าสงสัย

"ใช่ขอรับ พวกเราเห็นกับตาว่าเย่าเฉินขโมยหญ้าพยัคฆ์อัคคีมาจากจวนผู้อาวุโสเซียว"

"ไอ้พวกสารเลว อมเลือดพ่นใส่คนอื่น (ใส่ร้ายป้ายสี) หญ้าพยัคฆ์อัคคีชั้นเลิศนั่นพี่ชายข้าเป็นคนให้พี่เย่าเฉินต่างหาก ผู้อาวุโสสูงสุด พี่ชายข้าเก็บหญ้าพยัคฆ์อัคคีได้จำนวนมากเมื่อเดือนก่อน เรื่องนี้ในคลังตระกูลก็มีบันทึก"

เจ้าอ้วนหลัวซู่กระโดดออกมา เมื่อครู่เขาตกใจจนตัวแข็งทื่อ พอได้สติก็ตะโกนแก้ต่างให้เย่าเฉินเสียงดัง

"เรื่องนี้ข้าตรวจสอบแล้ว ตามบันทึกที่หลัวซานทิ้งไว้ในคลังตระกูล หญ้าพยัคฆ์อัคคีทั้งหมดถูกส่งมอบให้ตระกูล ไม่ได้เก็บไว้เอง" เย่าว่านกุยกล่าวเรียบๆ เห็นได้ชัดว่าเขาเตรียมการมาแล้ว

"เป็นไปไม่ได้!" หลัวซู่ตะลึง ร้องเสียงหลง

"เห็นแก่ที่เจ้าไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง และออกหน้าแทนเพื่อน จะไม่เอาความฐานส่งเสียงดังรบกวนผู้อาวุโส ครั้งหน้าจะพูดอะไร ให้ขออนุญาตผู้ใหญ่ก่อน" เย่าว่านกุยกล่าวเสียงเย็นอีกครั้ง

หลัวซู่หน้าซีดเผือด อยากจะโต้แย้งแต่ก็จนคำพูด กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากเย่าว่านกุยทำให้เขารู้สึกหวาดกลัว อีกทั้งพี่ชายหลัวซานเพิ่งรับภารกิจออกเดินทางไปกับบิดาเมื่อวาน ไม่อาจมาเป็นพยานให้เย่าเฉินได้ ชัดเจนว่าเขาเป็นแค่คนตัวเล็กๆ ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเขา

เวลานี้ ก็ได้ยินพวกสวะจากโรงเรียนตระกูลแต่งเรื่องเป็นตุเป็นตะว่าเย่าเฉินแอบหนีออกมาจากแถวจวนผู้อาวุโสเย่าเซียวอย่างไร พวกมันสะกดรอยตามไปอย่างไร และตอนที่พวกมันจะเข้าไปจับ ก็ถูกแม่ของเย่าเฉินไล่ออกมาอย่างไร คิดใคร่ครวญและรอมาหนึ่งเดือนไม่เห็นเย่าเฉินมามอบตัว สุดท้ายจึงตัดสินใจแจ้งหอคุมกฎ

"เดิมทีนึกว่าหลังจากถูกพวกเราพบเข้า เย่าเฉินจะไปมอบตัวกับหอคุมกฎ นึกไม่ถึงว่ามันจะทำตัวทองไม่รู้ร้อน คิดว่าจะตบตาผู้คนได้ พวกเราจึงตัดสินใจแจ้งหอคุมกฎ ไม่อาจปล่อยให้คนพรรค์นี้ทำให้ศีลธรรมของตระกูลเย่าแปดเปื้อน"

เย่าว่านกุยโบกมือ เด็กหนุ่มเหล่านั้นก็โค้งคำนับ เดินยืดอกปรายตามองเย่าเฉินแล้วถอยออกไป

"เย่าเฉิน ข้าไม่ใช่ไม่ให้โอกาสเจ้า เห็นแก่พรสวรรค์ที่เจ้าแสดงในงานชุมนุมโอสถ เดิมทีคิดว่าจะระงับเรื่องนี้ไว้ นึกไม่ถึงว่าเจ้าจะบ้าคลั่ง ถึงขั้นใส่ร้ายคนในตระกูลว่าสับเปลี่ยนสมุนไพรเพื่อกลบเกลื่อนความล้มเหลวในการปรุงยา ช่างทำตัวเองแท้ๆ... เจ้ายังมีอะไรจะแก้ตัวอีก?"

เย่าเฉินที่ถูกองครักษ์เหล็กสองนยหิ้วปีกตัวลอยอยู่กลางอากาศ โกรธจนตัวสั่นไปทั้งร่าง การชี้กวางเป็นม้า (กลับขาวเป็นดำ) แม้จะมีปากเป็นร้อยก็ไม่อาจแก้ต่างได้ ก็คงเป็นเช่นนี้ มีเพียงสามคำที่เค้นลอดไรฟันออกมา "ข้า ไม่ ได้ ทำ!"

"เอาตัวลงไป ให้เวลาเจ้าหกชั่วยาม ออกไปจากตระกูลเย่า มิฉะนั้น จะถือว่าเป็นกบฏ"

เย่าเฉินตัวสั่นเทิ้ม หกชั่วยามให้ออกไปจากตระกูลเย่า?

หันไปมอง บนเวทีศิษย์ตระกูลเย่าทั้งเจ็ดคนยังคงปรุงยาของตนต่อไป โดยเฉพาะเย่าเฟิง ที่ไม่แม้แต่จะหันมามองทางนี้เลยสักนิด

องครักษ์เหล็กสองนายออกแรงพร้อมกัน หิ้วปีกเย่าเฉินเดินออกไป ลากลงจากเขามาจนถึงบ้านของเย่าเฉิน แล้วเหวี่ยงเขาล้มลงกับพื้น

หนึ่งในนั้นกล่าวเสียงเย็น "หกชั่วยาม"

เย่าเฉินตะเกียกตะกายลุกขึ้น ทันใดนั้นประตูก็เปิดออก มารดาเดินออกมา จ้องมองเขาด้วยความสงสัย

"เฉินเอ๋อร์ เป็นอะไรไป? เกิดอะไรขึ้น?"

"ท่านแม่..." เห็นหน้ามารดา เย่าเฉินใจหายวาบ ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร

องครักษ์เหล็กสองคนมองหน้ากัน แล้วกล่าวเสียงเย็น "เย่าเฉินทำผิดมหันต์ ถูกหอคุมกฎขับไล่ออกจากตระกูล เจ้าเป็นแม่ของมันรึ? เจ้ามีเวลาหกชั่วยามในการร่ำลา หากพ้นหกชั่วยามแล้วยังรั้งอยู่ในตระกูลเย่า มีโทษตาย"

พูดจบ องครักษ์เหล็กทั้งสองก็ไม่ได้จากไป แต่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคือผู้คุมการขับไล่

เย่าชิงรู้สึกโลกหมุนติ้ว เย่าเฉินถูกขับไล่ออกจากตระกูล?

"ความผิดมหันต์? ความผิดอะไร?"

องครักษ์เหล็กทั้งสองไม่ตอบคำ ในแววตามีเพียงความเย็นชาของการปฏิบัติหน้าที่

เย่าชิงเข้าใจดี ไม่ถามเซ้าซี้ ดึงตัวเย่าเฉินเข้ามา ถามว่า "เกิดเรื่องอะไรขึ้น?"

"ท่านแม่ ข้า..."

เย่าเฉินก้มหน้า เล่าเรื่องราวที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฟังอย่างละเอียด

"ท่านแม่ เย่าเฟิงแอบเปลี่ยนหญ้าดาราเหินของข้าจริงๆ ไม่งั้นข้าไม่มีทางพลาด!"

เย่าชิงสูดหายใจลึก ใบหน้าพลันปรากฏสีแดงระเรื่อผิดปกติ "ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้... เด็กโง่ เขาไม่ได้เปลี่ยนหรอก เขาแค่วางกับดัก แล้วเจ้าก็กระโดดลงไปอย่างโง่เขลา หญ้าดาราเหินของจริง... คืนนั้น... แค่ก..."

พูดไม่ทันจบ เย่าชิงก็สำลักลมหายใจ สีหน้าแดงก่ำยิ่งขึ้น เลือดสีแดงสดสายหนึ่งไหลซึมออกมาจากมุมปาก

"ท่านแม่?"

เย่าชิงลูบหัวเย่าเฉิน "ไม่ต้องห่วง แม่... เดิมทีนึกว่าจะได้เห็นวันนั้น ดูท่า คงไม่มีเวลาแล้ว"

สองปีมานี้ ความเศร้าโศกจากการเสียสามี บวกกับการทุ่มเทเพื่อเย่าเฉิน ร่างกายของเย่าชิงพังทลายไปนานแล้ว เพียงแต่ไม่มีใครรู้ เมื่อครู่นางตั้งใจจะรอจนเย่าเฉินแข่งเสร็จ แต่ช่วงนี้เพื่อไปหาสมุนไพรให้เย่าเฉิน นางใช้แรงกายเกินขีดจำกัด ทนดูจนจบไม่ไหว ต้องกลับมาพักกลางคัน

การแข่งใหญ่ของเย่าเฉิน เย่าชิงไม่ได้ไปดู ไม่ใช่ไม่อยาก แต่เป็นเพราะ... ทุกครั้งที่กลับมาจากข้างนอก ร่างกายรับไม่ไหว นางต้องแอบรักษาตัวในห้อง

วันนี้ เลือดลมตีกลับ นางทนไม่ไหวแล้ว สายตาที่เข้มงวดมาตลอดสองปี ในวินาทีนี้กลับมาอ่อนโยนอีกครั้ง กุมมือเย่าเฉินไว้ "เฉินเอ๋อร์ ออกจากตระกูล อาจจะเป็นโอกาสของเจ้า สายเลือดตรง... หึหึ มีสายเลือดตรงอยู่ ต่อให้เจ้ามีพรสวรรค์เทียมฟ้า ก็ไม่มีที่ยืนสำหรับเจ้า การจากไปคือโอกาสของเจ้า แต่ว่า เจ้าห้ามลืมคำสั่งเสียของพ่อเจ้าเด็ดขาด เจ้าต้องเป็นลูกผู้ชายที่องอาจ เจ้าต้องทำให้คนที่ตัดสินใจในวันนี้ต้องเสียใจไปชั่วชีวิต..."

"ท่านแม่ ท่านอย่าพูดเลย อย่าพูดอีกเลย ข้ารู้ ข้ารู้..."

เย่าเฉินเหมือนตกนรกทั้งเป็น ตัวสั่นเทา ทุกคำที่แม่พูด เลือดที่มุมปากก็ยิ่งไหลออกมามากขึ้น

"แม่ดูแลเจ้าไม่ได้แล้ว นี่คือบันทึกการปรุงยาของพ่อเจ้า ข้างในมี... แค่ก..." เย่าชิงพูดถึงตรงนี้ ก็ไม่อาจฝืนได้อีก ไอออกมาอย่างรุนแรง

"ท่านแม่!"

เย่าเฉินรีบอุ้มแม่เข้าห้อง ให้ท่านนอนพักบนเตียง

"ท่านแม่ ข้าจะไปตามผู้อาวุโส"

"ไม่ต้องแล้ว โรคของแม่ แม่รู้ดี ไปเตรียมตัวเถอะ ของในห้องฝึกวิชา เอาไปให้หมด จำไว้ ตอนไป อย่าใช้ทางหลัก เข้าป่าลึก พวกสายเลือดตรงทำอะไรมักจะถอนรากถอนโคน... อย่ารอเลย อาศัยจังหวะที่งานชุมนุมโอสถยังดำเนินอยู่ เจ้ารีบไปเดี๋ยวนี้!"

"แต่ว่า ท่านแม่..."

"เจ้าอยากจะให้ข้าอกแตกตาย หรืออยากเห็นแม่สิ้นใจต่อหน้าเจ้าเดี๋ยวนี้!"

เย่าเฉินตัวสั่น น้ำตาไหลพราก

"ห้ามร้องไห้ ไม่ต้องร้อง เจ้าต้องเป็นลูกผู้ชายที่องอาจ เจ้ายังต้องทำตามคำสั่งเสียของพ่อ... อย่าร้องไห้ต่อหน้าแม่..."

เย่าชิงหลับตาลง น้ำเสียงเปลี่ยนไป วาจาของนางเข้มงวด แต่ใจของนาง... กำลังร้องไห้

"รีบเก็บของ เดี๋ยวนี้ หนึ่งก้านธูป แม่ให้เวลาเจ้าแค่หนึ่งก้านธูป เดินทางไปทางป่าลึก"

"ครับ ท่านแม่"

เย่าเฉินฝืนระงับอารมณ์ รีบวิ่งเข้าห้องฝึกวิชา กวาดอาหารแห้ง ยาต้านหิว ลงแหวนบรรจุจนเกลี้ยง คว้าขวดสีดำหมึกอีกไม่กี่ขวดมาเก็บอย่างดี แล้วกลับมาที่ห้องนอนแม่ คุกเข่าลงดังตุ้บ

"ท่านแม่ ข้าไปแล้วนะ ท่านแม่... รักษาสุขภาพด้วย ท่านแม่..."

"ลูกผู้ชาย พูดจะไปก็ต้องไปทันที แม่ไม่เป็นไรหรอก แม่... รีบไป!"

เย่าชิงหันหน้าหนี มาถึงตอนนี้ นางไม่กล้ามองเย่าเฉินอีก กลัวจะกลั้นใจไม่ไหว

เย่าเฉินไม่ได้โง่ เมื่อแม่เปิดเผยความจริง จิตใจเขาก็กระจ่างแจ้งทันที รู้ว่าการขับไล่เป็นเพียงก้าวแรก การตัดหญ้าต้องถอนราก การที่อีกฝ่ายให้เวลาหกชั่วยาม ไม่ใช่ไล่ทันที ย่อมต้องมีแผนซ้อน

ดังนั้น การไปตอนนี้ ก็มีความเสี่ยงมหาศาลเช่นกัน

โขกศีรษะให้แม่บนเตียงอย่างแรงสิบครั้ง หน้าผากกระแทกจนเลือดไหลซึม เย่าเฉินอาศัยความเจ็บปวดนี้เป็นแรงผลักดัน พุ่งออกจากประตู มุ่งหน้าออกนอกตระกูลทันที

การออกจากตระกูลเย่า ต้องใช้ค่ายกลเคลื่อนย้าย เวลานี้เนื่องจากเป็นช่วงงานชุมนุมโอสถ จึงมีองครักษ์เหล็กเฝ้าอยู่หลายคน

"เย่าเฉิน? ทำไมมาที่นี่? เกิดอะไรขึ้น?"

บังเอิญว่า ในบรรดาองครักษ์เหล็กที่เฝ้าค่ายกล มีพี่น้องร่วมสาบานของพ่ออยู่ด้วย เห็นเย่าเฉินก็รีบเข้ามาถาม

"ท่านอาเตี่ยน เรื่องมันยาว หากท่านช่วยถ่วงเวลาองครักษ์เหล็กสองคนข้างหลังไม่ให้ตามข้าออกไปได้ ชีวิตนี้เย่าเฉินต้องตอบแทนบุญคุณแน่"

องครักษ์เหล็กที่ชื่ออาเตี่ยนชะงัก เห็นเย่าเฉินก้าวเท้าเข้าสู่ค่ายกลเคลื่อนย้ายอย่างรวดเร็ว

อาเตี่ยนรู้ว่าต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ แต่เห็นรอยเลือดบนหน้าผากเย่าเฉิน เขากัดฟันตะโกนว่า:

"เปิดระบบเคลื่อนย้าย!"

องครักษ์เหล็กคนอื่นมองหน้ากัน มือไม้คล่องแคล่ว เปิดค่ายกลทันที พริบตาเดียว ร่างของเย่าเฉินก็หายวับไป

ปรากฏตัวอีกครั้งที่ปลายทางค่ายกลอีกด้าน กลิ่นอายแปลกปลอมพัดเข้าหน้า เย่าเฉินเลือกทิศทางถนนใหญ่แล้ววิ่งตะบึงไป

ผ่านไปครึ่งก้านธูป องครักษ์เหล็กสองคนนั้นถึงเพิ่งเคลื่อนย้ายตามมา สีหน้าโกรธเกรี้ยว กระชากคอเสื้อศิษย์ที่เฝ้าค่ายกลฝั่งนี้ ตวาดถาม "ไอ้เด็กเมื่อกี้ไปทางไหน?"

"ไป... ไปทางทิศตะวันออก"

คนหนึ่งทำท่าจะไล่ตาม แต่กอีกคนดึงไว้ กล่าวว่า "เดี๋ยวก่อน ไอ้เด็กนี่เจ้าเล่ห์ เจ้ากับข้าไล่ตามไปแบบนี้ ถ้าไล่ทันก็ดีไป แต่ถ้าพลาด ความรับผิดชอบจะตกอยู่ที่เรา กลับไปรายงานหัวหน้าหอคุมกฎดีกว่า เรื่องนี้ถ้าจะทำ ก็ควรให้คนสนิทของหัวหน้าไปทำ"

คนที่ทำท่าจะไล่ตามใจหายวาบ รู้ว่านี่คือคำเตือน พวกเขาต้องเอาใจหัวหน้าหอคุมกฎ การจับตาดูเด็กนี่เป็นหน้าที่ของหอคุมกฎก็จริง แต่ถ้าทำเกินหน้าที่ ดีไม่ดีแทนที่จะได้ดี อาจจะโดนฆ่าปิดปาก อีกอย่าง หัวหน้าจะมีแผนต่อหรือไม่ พวกเขาก็แค่เดา คำสั่งที่ได้รับคือแค่จับตาดูความเคลื่อนไหว และจำกัดเฉพาะในเขตตระกูล ตอนนี้มันออกไปนอกเขตตระกูลแล้ว ย่อมไม่ใช่ภารกิจของพวกเขา

"ไม่ต้องกลัว ข้าลงเครื่องหอมนำทางไว้บนตัวมันแล้ว นี่คือความชอบ พอกันแค่นี้ เรื่องสกปรกมือ เดี๋ยวก็มีคนไปทำเอง"

"จริงด้วย โลภมากลาภหาย กลับไปรายงานดีกว่า"

รูปปกนิยาย

ป.ล. :

นิยายภาคเสริมของสัประยุทธ์ทะลุฟ้า จากผู้แต่ง(เทียนฉานถู่โต้ว) วางขายรูปแบบหนังสือจำนวน 1เล่ม(จบ)

0 comments:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

👨‍🏫 นักแต่งนิยายจีน

Main

ตัวละครแนะนำ

📝 บทความล่าสุด