📚 สัประยุทธ์ทะลุฟ้า : ตำนานเย่าเฉิน (Side Story)
บทที่ 18 หอประมูลฉีเจิน
เช้าวันสดใส ท้องฟ้าไร้เมฆ โถงโรงเตี๊ยมเงียบเหงา มีแค่แขกขาจรนั่งกินมื้อเช้า กองคาราวานออกเดินทางกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง รถม้าเดินทางช้า ผ่านหมู่บ้านต้องแวะค้าขาย วันหนึ่งเดินได้เต็มที่ห้าสิบลี้ ถ้าไม่ออกเช้า อาจต้องนอนกลางป่าตกเป็นอาหารสัตว์อสูร
เย่าเฉินกินมื้อเช้า มองไปรอบๆ ไม่เห็นคนพรรคจื่อซา และไม่เห็นเฟิงเสียน
กินเสร็จ เจ้าของร้านมอบเสบียงแห้งเนื้อเค็มสำหรับสิบวัน และแผนที่หยาบๆ รัศมีพันลี้ "จุดที่มีเครื่องหมายพิเศษ คือถิ่นสัตว์อสูรดุร้าย คุณชายเดินทางปลอดภัยขอรับ"
เจ้าของร้านยิ้มแก้มปริ เมื่อวานเขาดูแล้ว ยาเพิ่มพลังสามเม็ดเป็นของตระกูลเย่า แม้แต่แถวนี้ยังขายได้สองร้อยกว่าตำลึง ถ้าไปขายในเมืองใหญ่ห่างไปสามร้อยลี้ อย่างต่ำแปดร้อยตำลึง ยาตระกูลเย่าต่อให้หลุดออกมาเยอะก็ไม่พอขาย ยาเพิ่มพลังระดับหนึ่งยังมีราคาแต่ไม่มีของ ครั้งนี้เขากำไรเละ
แต่เขาดูละเอียดแล้ว หน้าผากเย่าเฉินไม่มีตราประทับตระกูลเย่า คงเป็นลูกหลานเศรษฐีสักตระกูล
เย่าเฉินรับแผนที่ นี่คือสิ่งที่เขาต้องการ ขอบคุณแล้วออกเดินทาง
กางแผนที่ดู นอกจากถิ่นสัตว์อสูร ยังบอกตำแหน่งหมู่บ้าน เมือง ในรัศมีพันลี้ แม้แต่ในที่รกร้างก็ยังมีตำแหน่งโรงเตี๊ยมกลางทาง แผนที่นี้พ่อค้าวาดเอง ราคาหลายสิบตำลึง
เย่าเฉินเดินเร็ว ใช้วิชาตัวเบาถือเป็นการฝึกฝน บนถนนมีคนสัญจร ส่วนใหญ่ขี่ม้า หรือไม่ก็กองคาราวาน เย่าเฉินแซงผ่านไปหมด วิชาตัวเบาประจำตระกูล 'เคล็ดข่ายฟ้า' มีสิบสองขั้น ขั้นสิบสร้างปีกเทียนหลัว บินได้ แต่เย่าเฉินเพิ่งฝึกถึงขั้นเก้า
เย่าเฉินตระหนักแล้วว่าโลกภายนอกกับตระกูลเย่าคนละเรื่อง ในตระกูล การปรุงยาสำคัญที่สุด อย่างอื่นไว้ทีหลัง แต่ข้างนอก พลัง การฆ่าฟัน ความน่าเกรงขาม สำคัญที่สุด อยู่ตัวคนเดียวอยากมีศักดิ์ศรี ต้องมีพลัง ไม่งั้นต่อให้เป็นนักปรุงยา ถ้าไม่ดังและถูกจับได้ จุดจบคือโดนขังในคุกมืด บังคับปรุงยาจนตาย
เย่าเฉินรู้ว่าตอนนี้ต้องเร่งฝึกวิชาตัวเบา ให้ถึงขั้นสิบ มีปีกจะได้หนีไว
เมื่อคืนเห็นเฟิงเสียน คุรุยุทธ์แปดดาวมีปีกบินแล้ว เทียบกันแล้วขั้นเก้าของเขาดูจืดไปเลย
ทันใดนั้น ตาข่ายยักษ์ร่วงจากฟ้า ตูม เงาดำสิบกว่าสายพุ่งออกมาจากข้างทาง ล้อมจับเย่าเฉิน
เย่าเฉินตกใจ พลิกกายหลบตาข่ายแรก แต่ตาข่ายที่สองตามมาติดๆ ตาข่ายมีตะขอเคลือบยาพิษเขียวอึ๋อ นี่คือค่ายกลตาข่ายพิษ ใช้จับยอดฝีมือ มหาคุรุยุทธ์เผลอๆ ยังเสร็จ
เย่าเฉินหลบตาข่ายที่สอง ตาข่ายที่สามกางออก หลบไม่พ้นแล้ว เย่าเฉินตาเป็นประกาย เร่งพลังเคล็ดข่ายฟ้าขั้นเก้าถึงขีดสุด ความเร็วระเบิดออก
ตูม
สถานการณ์พลิกผัน เลือดสาดกระจาย สองคนที่กางตาข่ายที่สาม แขนระเบิดเละเพราะแรงปะทะของพลังยุทธ์
"เหยื่อแข็ง! ตั้งค่ายกล อย่าให้รอด ฆ่ามันซะ"
เสียงคำรามดังขึ้น คนสิบกว่าคนตั้งค่ายกล พลังยุทธ์รวมเป็นหนึ่ง ก่อเกิดภาพลักษณ์หมาป่ายักษ์ พุ่งเข้าใส่เย่าเฉิน
เย่าเฉินไม่สน ใช้วิชาตัวเบา เมินหมาป่า ร่างกายพลิ้วไหวปานสายลม พุ่งเข้ากลางวง
ตูม พริบตาเดียว สิบกว่าคนลงไปกอง เย่าเฉินไม่ได้ฆ่า แค่ทำให้สลบ ฆ่าคนสิบกว่าคนใจยังไม่แข็งพอ
แต่ไม่ได้แปลว่าจะยอมให้รังแก คนพวกนี้คือพรรคจื่อซาที่เจอเมื่อวาน แค่เห็นยาไม่กี่เม็ดก็จ้องเล่นงาน คงทำชั่วมาเยอะ
แกรก... เสียงกระดูกหักรัวๆ เย่าเฉินหักแขนขาพวกมัน แล้วทำลายจุดตันเถียน สลายวรยุทธ์
"อ๊าก..."
พรรคจื่อซาสิบกว่าคนตื่นเพราะความเจ็บ ร้องโหยหวน "แก... แกทำอะไร?"
"เหมือนที่พวกแกทำ" "อะไรนะ"
"ปล้นไง" เย่าเฉินค้นตัวพวกมัน ของดีมีไม่มาก มียานิดหน่อย แต่ไม่เจอยาเพิ่มพลังห้าเม็ดนั้น มีตั๋วเงินพันกว่าตำลึง
"ลูกพี่แกไปไหน?"
คนสั่งการเมื่อวานไม่อยู่ในกลุ่ม
"ถุย ทำลายวรยุทธ์ข้า ให้ตายก็ไม่..."
แกรก... เย่าเฉินบิดกระดูกไหปลาร้ามัน หักแขนขา ทำลายวรยุทธ์ ในป่าแบบนี้ ก็ไม่ต่างกับตาย
"ข้าก็ไม่อยากรู้เท่าไหร่" เย่าเฉินทำเสียงเย็นชา พยายามทำตัวโหดเหี้ยม อยากแก้แค้น อยากทำตามคำสั่งเสียพ่อ เย่าเฉินคนเดิมที่อ่อนแอทำไม่ได้
ลากพวกมันไปทิ้งในป่าข้างทาง เย่าเฉินเดินทางต่อ
สิบกว่าชีวิต... คำนี้วนเวียนในหัว เย่าเฉินบอกตัวเอง ครั้งหน้า เขาจะ...
ลงมือฆ่าเอง! ไม่ใช่ยืมมือธรรมชาติ
สามวันต่อมา...
เมืองอู่หลง
เมืองยักษ์กินพื้นที่ร้อยลี้ ตระกูลใหญ่มากมายตั้งรกราก ขุมกำลังในรัศมีหมื่นลี้มีสาขาที่นี่ แม้แต่ตระกูลเย่าก็มีสาขา แน่นอนเป็นสาขาปลายแถวที่เกิดจากศิษย์ที่ถูกขับไล่ เหมือนเย่าเฉิน ถ้าเขามีลูกหลานเก่งๆ ส่งกลับตระกูลหลัก ก็ตั้งสาขาได้ แต่ห้ามย้ายกลับแดนบรรพชน
สาขาตระกูลเย่าในเมืองอู่หลงก็เช่นกัน พยายามมาหลายรุ่น จนได้กลับเข้าสังกัดตระกูล รับการคุ้มครอง ทุกห้าปีส่งศิษย์กลับไปฝึกได้หนึ่งคน
ตลาดไป๋เฉ่า (ร้อยสมุนไพร) คือตลาดสมุนไพรของเมือง คนเก็บสมุนไพรรัศมีพันลี้มาขายของที่นี่
ส่วนใหญ่แบกะดินขาย สมุนไพรระดับต่ำกว่าสาม ราคาถูก เด็กฝึกปรุงยาชอบมาเดินหาของ
เพราะมีสาขาตระกูลเย่า นักปรุงยาในเมืองเลยเยอะ ตลาดคึกคัก
เย่าเฉินเดินเลือกสมุนไพร ไม่ได้อาบน้ำยามาเดือนกว่า ต้องซื้อไปทำเอง แต่พอซื้อจริง ตกใจแทบแย่
เงินพันกว่าตำลึงหมดเกลี้ยง ได้ของไม่ถึงหนึ่งในสิบของที่ต้องใช้
แถมตัวยาหลักระดับสูงบางตัว หาซื้อตามแผงไม่ได้ ต้องไปโรงประมูล
สมุนไพรระดับสามขึ้นไป ถ้าคนขายไม่ตาถั่ว ก็จะส่งโรงประมูล เพราะเมืองอู่หลงนักปรุงยาเยอะ ทั้งตระกูลเย่าสาขา สมาคมนักปรุงยา และที่เลี้ยงไว้ตามตระกูลต่างๆ ความต้องการสูงลิบ ไม่ประมูลคงตีกันตาย
"หินเมฆานทีสวรรค์ ทรายม่วงบริสุทธิ์ พวกนี้มีขายประจำแค่ในสามโรงประมูลใหญ่ โรงเล็กๆ ยังหายาก" คนขายสมุนไพรใจดีบอก "แต่ส่วนใหญ่โดนเหมาหมด ถ้าไม่เข้าสังกัด... หึหึ พูดมากไม่ได้ พ่อหนุ่มไปคิดเอาเองนะ"
เย่าเฉินยิ้ม จ่ายเงินค่าสมุนไพรธรรมดา แล้วเดินจากมา
เมืองอู่หลงมีสามโรงประมูลใหญ่ เทียนอี (ที่หนึ่งในใต้หล้า) จิ่วซิ่น (เก้าศรัทธา) และ ฉีเจิน (ของล้ำค่า) เทียนอีเบื้องหลังลึกลับ ลือว่าเป็นบริวารแปดตระกูลบรรพกาล เป็นอันดับหนึ่ง จิ่วซิ่นสนิทกับตระกูลเย่าสาขา
เย่าเฉินเลือกฉีเจิน โรงประมูลท้องถิ่น
ซื้อชุดคลุมดำปิดหน้า แล้วเดินไปหน้าโรงประมูล พนักงานต้อนรับเดินเข้ามา "นายท่าน มาประมูลหรือมาฝากขายขอรับ?"
"ฝากขาย"
เย่าเฉินดัดเสียงต่ำแหบเหมือนคนวัยกลางคน การควบคุมกล้ามเนื้อเสียงด้วยพลังยุทธ์ทำได้ไม่ยาก
"เชิญทางนี้"
พนักงานนำทางไป คนปิดหน้ามาประมูลมีเยอะ เป็นเรื่องปกติ
ข้างในมีองครักษ์ใส่เกราะหกคน กลิ่นอายพลังชีวิตมหาศาล อย่างต่ำมหาคุรุยุทธ์ ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้น ไม่มองเย่าเฉินด้วยซ้ำ
ถึงหน้าประตู พนักงานบอก "เข้าไปได้เลยครับ ประเมินราคาฟรี แต่ถ้าเปลี่ยนใจไม่ฝากขาย คิดค่าประเมินร้อยตำลึงทอง"
"ไม่มีปัญหา" เย่าเฉินบีบเสียงตอบ ผลักประตูเข้าไป แม้ไม่มีประสบการณ์แต่ต้องทำเหมือนมือโปร
ห้องโถงใหญ่ ผนังเต็มไปด้วยหนังสือ ทั้งกระดาษ ผ้าไหม และหนังสัตว์หายาก
"เอามาดูซิ"
เสียงชราดังจากกลางห้อง ชายชราสวมแว่นคริสตัลนั่งอยู่ในกรงเหล็ก ข้างกรงมีองครักษ์ห้าคนใส่เกราะหนังที่แผ่กลิ่นอายค่ายกล ป้องกันแน่นหนา
เย่าเฉินยื่นยาที่เตรียมไว้ องครักษ์รับไปส่งต่อให้ชายชรา
กรงเหล็กไม่ได้ขัง แต่คุ้มกัน มีกลไกหนีลงใต้ดินได้ทันที
ชายชรารับยามาอย่างเนือยๆ บ่นพึมพำ แต่ทันใดนั้น ดวงตาหลังแว่นเปล่งประกาย
"นี่มัน... โอสถเพลิงแดง ! คุณภาพชั้นยอด ไม่เลว ดีมาก! เอ๊ะ นี่ โอสถฟื้นชีพ ฟื้นฟูพลังยุทธ์เร็ว ห้ามเลือดรักษาแผลใน ระดับสามชั้นยอด..."
ชายชราตรวจสอบยาทีละเม็ด จนเม็ดสุดท้าย เงยหน้ามองเย่าเฉินลึกซึ้ง องครักษ์รอบข้างไม่ประมาท กลับตั้งค่ายกลเตรียมพร้อมระวังตัวมากขึ้นเพราะท่าทีตกใจของชายชรา
"เอ่อ... ลูกค้า ท่านจะฝากขายยาวันนี้จริงๆ หรือ?"
"ใช่" เย่าเฉินพยักหน้า
"ความจริง เราคุยกันได้ วันนี้คนมาประมูลมีแต่พ่อค้าขาประจำ ถ้าขายรีบๆ อาจโดนกดราคา"
เย่าเฉินเงียบ รอฟัง
"ถ้าท่านยินดี เราขอรับซื้อภายใน รับประกันราคาไม่ต่ำกว่าตลาด ถ้าประมูลได้แพงกว่า เราจ่ายส่วนต่าง ถ้าต่ำกว่า เรายอมขาดทุน... พูดตรงๆ ยาพวกนี้คุณภาพดีมาก หายากในตลาด แต่ละเม็ดแย่งกันหัวแตก สำหรับเรา นี่คือโอกาสสร้างชื่อ"
เย่าเฉินอึ้ง แค่ยาไม่กี่เม็ด ทำไมต้องระวังขนาดนี้
"ได้ ขอราคาเหมาะสม" เย่าเฉินตอบ เขาแค่ต้องการเงินซื้อสมุนไพร ขายให้ใครก็เหมือนกัน ขายให้โรงประมูลโดยตรงได้เงินเร็วกว่า
เย่าเฉินตกลงง่ายไป ชายชราตั้งตัวไม่ติด เตรียมคำพูดหว่านล้อมมาเยอะ กลืนลงคอแทบไม่ทัน
"อะแฮ่ม"
เย่าเฉินกระแอม เตือนสติ
"อ้อ ยาล้ำค่าแบบนี้ มีเงินก็ซื้อไม่ได้ ปกติแลกของกัน ท่านอยากได้เงินสดหรือของ?"
เย่าเฉินคิด ได้สมุนไพรเลยดีกว่า จะได้รีบทำยาอาบน้ำ เดินไปข้างๆ หยิบพู่กันเขียนรายการสมุนไพร ดัดเสียงแหบ "สมุนไพรพวกนี้ ได้เท่าไหร่เอาเท่านั้น"
ชายชรารับรายการ เดาะลิ้นในใจ สมุนไพรพวกนี้มีไม่กี่อย่างที่หายาก ส่วนใหญ่หาได้ทั่วไปถ้ามีเส้นสาย แต่นักปรุงยาที่เอายาระดับสามมาขาย จะไม่มีเส้นสายได้ไง เว้นแต่...
ชายชราใจเต้นแรง ความคิดหนึ่งผุดขึ้น
"ไม่มีปัญหา"
ชายชราตาเป็นประกาย ตอบรับทันที "เชิญลูกค้าไปพักในห้องรับรองก่อน ยาเก็บไว้กับตัวท่านก่อน เสี่ยวหมิ่น พาแขกผู้มีเกียรติไปห้องรับรอง"
เย่าเฉินพยักหน้า เก็บยา เดินตามสาวชุดขาวหน้าตาจิ้มลิ้มออกไป
พอเย่าเฉินออกไป ชายชราลุกพรวด กดกลไกเปิดกรง เดินออกมา
องครักษ์ตกใจ "ผู้อาวุโสเฟิง ท่าน..."
"กลัวอะไร ไป ยกเลิกคิวประเมินอื่น เรียกผู้นำตระกูลมา แล้วก็ ไปเตรียมสมุนไพรในรายการนี้ เอาออกมาครึ่งคลัง"
"ผู้นำตระกูล?"
"บอกให้ไปก็ไปสิ!"
"ครับ!" องครักษ์คนหนึ่งวิ่งออกไป คนอื่นระวังตัวแจ
ผู้อาวุโสเฟิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ ที่นี่ถิ่นตัวเองแท้ๆ แต่กลับไม่ปลอดภัย ผู้นำตระกูลเฟิงเถี่ยรีบเดินเข้ามา "ท่านอาเฟิง เกิดอะไรขึ้น?"
"คนคนหนึ่ง อาจช่วยกู้วิกฤตเราได้"
"หือ?" "นักปรุงยาที่ยังไม่มีเส้นสายในเมืองอู่หลง นักปรุงยาที่เก่งกาจ"
เฟิงเถี่ยตาเป็นประกาย "ท่านอาเฟิง มั่นใจนะ?"
"คุ้มที่จะเสี่ยง เมื่อกี้เขาเอาออกมาแต่ยาที่จะสร้างความฮือฮา ถ้าผูกมิตรเขาได้ ช่วงเวลานี้เราจะ... แค่ก..." ผู้อาวุโสเฟิงไอหน้าแดง
เฟิงเถี่ยประคอง "ท่านอา"
"ข้าไม่ตายง่ายๆ หรอก ขอแค่ผ่านช่วงนี้ไป รอศิษย์ตระกูลกลับมา ก็ถึงทีเราบ้าง"
เฟิงเถี่ยกำหมัด "ใช่ ขอแค่ผ่านไปได้... ไอ้พวกที่ซ้ำเติมเรา จะไม่ได้ตายดี"
"จะดึงตัวเขา ต้องใช้อำนาจผู้นำตระกูลเปิดคลังสำรอง ถ้าให้เขาหลอมยาแบบวันนี้ได้อีกสองสามครั้ง เราจะรอด"
"ข้าจะไปเตรียมเดี๋ยวนี้ ของพวกนั้นมีไว้เพื่อยามฉุกเฉิน ก็คือตอนนี้แหละ" เฟิงเถี่ยตกลง ไม่ว่านักปรุงยานั่นเป็นใคร ขอแค่ช่วยได้ จ่ายเท่าไหร่ก็ยอม
ในห้องรับรอง เย่าเฉินนั่งจิบชา สาวน้อยชงชาอย่างงดงาม ศิลปะแห่งการชงชาทำให้เขานึกถึงการปรุงยา บางที... อาจหลอมฟ้าดินลงในยาได้ เย่าเฉินเกิดความคิดบ้าบิ่น
ก๊อกๆ ประตูเปิด
องครักษ์คนเดิมเข้ามา "นายท่าน สมุนไพรพร้อมแล้ว"
"ดีมาก" เย่าเฉินดัดเสียงผู้อาวุโส
"เชิญทางนี้"
องครักษ์พาไปคลังสินค้า การป้องกันแน่นหนา ระดับราชันยุทธ์
เฟิงเถี่ยเดินออกมาต้อนรับ "หึหึ ข้าน้อยเฟิงเถี่ย ไม่ทราบนามอันยิ่งใหญ่ของท่าน"
"เฉิน" เย่าเฉินตอบสั้นๆ
"อ้อ พี่เฉิน เชิญทางนี้ ไม่ทราบพี่เฉินเป็นนักปรุงยา?"
"..." เย่าเฉินนิ่ง ใต้หน้ากากหน้าตึง เขารู้ได้ไง?
"หึหึ คือว่า ข้าเห็นพี่เฉินซื้อสมุนไพรเยอะ แถมมีปราณธาตุไฟ เลยเดาเอา พี่เฉินคงเพิ่งมาเมืองอู่หลงครั้งแรก? จะอยู่นานไหม?"
"อาจจะวันสองวัน หรือเป็นเดือน ไม่แน่"
เฟิงเถี่ยตาลุกวาว เข้าทาง "ความจริง ทางเรากำลังหานักปรุงยาร่วมงาน ถ้าพี่เฉินสะดวก เรารับซื้อยาที่ท่านหลอมราคาสูง"
เย่าเฉินอึ้ง ที่แท้อยากได้ยา ได้ยินว่าข้างนอกยาขาดแคลน นักปรุงยาคือพระเจ้า แต่ในตระกูลเย่าใครๆ ก็ปรุงเป็น นักปรุงยาต่ำกว่าระดับห้าไม่มีที่ยืน
"ได้" เย่าเฉินตกลง "แต่ข้าขายแค่ยาต่ำกว่าระดับสี่"
"ไม่มีปัญหา ยิ่งยาพื้นฐานยิ่งดี ยาฟื้นฟู ยาชุด... หึหึ สรุปคือ ท่านหลอมอะไรเรารับหมด ถ้ามีระดับสี่ เรายินดีแลกด้วยสมุนไพรชั้นยอด"
เฟิงเถี่ยยื่นรายการให้เย่าเฉิน




0 comments:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น