🔥 Note: !!!!! อ่านเลย!

ตำนานเย่าเฉิน (Side Story) : บทที่ 36 หม้อมารทมิฬแผลงฤทธิ์

ภาพปก

📚 สัประยุทธ์ทะลุฟ้า : ตำนานเย่าเฉิน (Side Story)

บทที่ 36 หม้อมารทมิฬแผลงฤทธิ์

เพียงแต่ การแปรเปลี่ยนของเฟินเจว๋ในส่วนลึกของวิญญาณ กลับผลาญพลังของเย่าเฉินเอง เย่าเฉินรู้สึกเพียง

ความเจ็บปวดไร้ที่สิ้นสุดปะทุออกมาจากวิญญาณดุจน้ำป่าไหลหลาก กระแทกใส่แขนขาและจุดชีพจร ร่างกายทั้งหมดชักกระตุก

อย่างไม่อาจควบคุม ความเจ็บปวดนี้ คล้ายคลึงกับการแช่โอสถที่เย่าเฉินถนัด แต่รุนแรงกว่าร้อยเท่า ล้วน

ระเบิดจากวิญญาณ แล้วกระตุ้นร่างกาย สุดท้าย ความเจ็บปวดก็ย้อนกลับสู่วิญญาณ วนเวียนซ้ำไปซ้ำมา

ด้านข้าง มู่กู่สีหน้ายินดีปรีดา อยากจะลุกขึ้น ลงมือกับเย่าเฉินที่กำลังเจ็บปวดแสนสาหัส ทว่า

ในตอนนั้นเอง แสงสีขาวสายหนึ่งพลันวาบขึ้น หอบเอาดอกไม้ไฟสีขาวเจ็ดดอกมาด้วย เพลิงเย็นวิญญาณกระดูกปกป้องนายเอง

ในวินาทีวิกฤตนี้ ท่ามกลางความเวิ้งว้าง ความคะนึงหาจางๆ สายหนึ่งได้ปกป้องเย่าเฉินไว้

มู่กู่กุมหน้าอก เมื่อครู่ถูกเพลิงเย็นวิญญาณกระดูกทำร้ายสาหัส พลังทั่วร่างตกไปอยู่ที่ระดับยอดรยุทธ์ขั้นสูงสุด

แค่ราชันยุทธ์ผ่านมาสักคน เขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ เผชิญหน้ากับการปกป้องนายเองของเพลิงเย็นวิญญาณกระดูก ย่อมไม่กล้า

ลงมือ ความยินดีบนใบหน้าแปรเปลี่ยนไปมา สุดท้ายกลายเป็นความมืดมน จ้องมองเย่าเฉินที่ยังคงชักกระตุก

ด้วยความเคียดแค้น เขาเองก็นับเป็นยอดคนผู้เด็ดเดี่ยว รู้ว่าความโลภคือบาปต้นกำเนิดที่คร่าชีวิต หากรอเย่าเฉิน

ฟื้นตัว เกรงว่าเขาไม่ตายก็ต้องลอกคราบ เวลานี้ จึงตัดใจละทิ้งความโลภและความแค้น เผ่นหนีทันที

ในวินาทีสุดท้ายที่มู่กู่หายลับไปในบันได เย่าเฉินพลันลืมตาโพลง ความเจ็บปวดทั้งหมด

หลุดลอกออกจากร่าง พลังวิญญาณกลับอ่อนโทรมลง แต่นี่ไม่ใช่เรื่องร้าย พลังแม้อ่อนลง แต่กลับมั่นคง

ยิ่งขึ้น พลังวิญญาณที่ถดถอยไม่ได้หายไปไหน แต่กลายเป็นพรสวรรค์ อาจกล่าวได้ว่า เย่าเฉินคนเดิมต้องการเลื่อนขั้นจากปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นสูงสุดสู่เซียนยุทธ์ มีช่องว่างที่ยากจะก้าวข้าม เดิมทีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรของเขาก็ไม่ได้แข็งแกร่ง หากต้องการบรรลุระดับเซียนยุทธ์ อาจต้องรอถึงอายุเจ็ดสิบแปดสิบปีจึงจะสำเร็จ ความแข็งแกร่งของวิญญาณ ก็ได้จากการแช่โอสถและกินโอสถอย่างต่อเนื่องเพื่อฝืนยกระดับ

แต่เวลานี้ วิญญาณเปลี่ยนเป็นระดับขั้น เย่าเฉินสัมผัสถึงธรณีประตูของระดับเซียนยุทธ์ได้อย่างแท้จริง ความรู้แจ้งสายหนึ่งผุดขึ้นจากก้นบึ้งจิตใจ

เฟินเจว๋นี้แข็งแกร่งจริงๆ เพียงแค่แปรเปลี่ยนในวิญญาณ ก็สร้างปาฏิหาริย์ ทำให้วิญญาณของเขาเปลี่ยนเป็นระดับขั้นที่เป็นรูปธรรม

เพียงแต่ ใบหน้าของเย่าเฉินกลับยิ้มขื่นอย่างลังเล เฟินเจว๋นี้... ดูเหมือนจะไม่เหมาะกับเขา

แต่เหมาะกับนักยุทธ์ที่เพิ่งเริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญเพียร

เริ่มต้น เป็นเพียงทักษะยุทธ์ระดับหวง หากต้องการเลื่อนขั้น มีแต่ต้องค้นหาเพลิงวิเศษ ใช้เฟินเจว๋กลืนกิน...

หากเขาเปลี่ยนมาฝึกเฟินเจว๋ตอนนี้ เท่ากับต้องสลายพลังยุทธ์ที่มีอยู่ตอนนี้ทิ้งทั้งหมด เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

ใบหน้าเย่าเฉินบิดเบี้ยว ด้วยสถานการณ์ของเขาตอนนี้ ภายในหนึ่งปี ต้องก้าวเข้าสู่ระดับเซียนยุทธ์แน่

เริ่มนับหนึ่งใหม่ อย่าว่าแต่บรรลุเซียนยุทธ์ เกรงว่าจะร่วงจากปรมาจารย์ยุทธ์ไปเป็นราชันยุทธ์ หรืออาจเป็นยอดยุทธ์... แน่นอนว่า ก็มีข้อดี พรสวรรค์ถูกสร้างใหม่ ฝึกฝนขึ้นมาใหม่ จะแข็งแกร่งกว่าเดิม ในระดับขั้นเดียวกัน จะมีพลังมากกว่าตอนนี้หนึ่งเท่าตัว

ทว่า สิบปีมานี้ หอดาวตกสร้างศัตรูไว้มากมาย แม้จะมีพันธมิตร แต่ล้วนสร้างขึ้นบนฐานะและอิทธิพลของนักปรุงยาอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดินของเขา หากเขาร่วงหล่นจากแท่นบูชาตอนนี้ ยังจะต้านทานคนเหล่านั้นที่หวาดระแวงพลังของเขาจนไม่กล้ามาล้างแค้นได้หรือ?

ไม่ฝึกเฟินเจว๋ ก็ไม่เต็มใจ

แต่ถ้าฝึกเฟินเจว๋ เท่ากับรนหาที่ตาย เว้นแต่จะทิ้งหอดาวตกไป เปลี่ยนชื่อแซ่ซ่อนตัว...

เย่าเฉินส่ายหน้าอย่างแรง ลูกผู้ชายอกสามศอก ควรมีความรับผิดชอบ ก็แค่วิชาที่แข็งแกร่งวิชาหนึ่งเท่านั้น

อีกอย่าง ภายใต้เงาทะมึนของความแข็งแกร่งสุดขีดของเฟินเจว๋ ซ่อนอันตรายสุดขีดเอาไว้ จำเป็นต้องกลืนกินเพลิงวิเศษจึงจะยกระดับ

ขั้นของวิชาได้ เพลิงวิเศษ ใช่ว่าจะกลืนกินกันได้ง่ายๆ หรือ?

เก็บความในใจ เย่าเฉินตัดสินใจแน่วแน่ วางมือจากเฟินเจว๋ ยืนหยัดในเส้นทางของตัวเอง

ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้น ทันใดนั้น วิญญาณเกิดความเคลื่อนไหว ปราณสีครามหลายสายไหลรินออกมาจากทวารทั้งเจ็ด

รวมตัวกันเป็นรูปร่างกลางอากาศ ครู่ต่อมา ก็กลายเป็นม้วนหนังสือตกลงในมือเย่าเฉิน

เย่าเฉินตกใจ วิธีการก่อรูปของหนังสือม้วนนี้ คล้ายกับการปรุงยา เป็นกระบวนการที่ลึกล้ำสุดขีด อาจกล่าวได้ว่าเป็นเทคนิคการสร้างศาสตราขั้นสูงสุด อาศัยปราณในการหลอม สร้างระเบียบกฎเกณฑ์ในตัวเอง ราวกับมีโลกใบเล็กๆ ถูกหลอมต่อหน้าเขาจนกลายเป็นม้วนหนังสือ นี่ต้องเป็นวิธีฝืนลิขิตฟ้าที่จ้าวจักรวาลยุทธ์เท่านั้นจึงจะครอบครองได้

เฟินเจว๋นี้ ย่อมเป็นสิ่งที่จ้าวจักรวาลยุทธ์ผู้เก่งกาจทิ้งไว้

เย่าเฉินสงบจิตใจ ก็เริ่มหวั่นไหวอีกครั้ง อยากจะทิ้งทุกอย่างแล้วฝึกเฟินเจว๋ แต่ความคิดนี้อยู่เพียง

ชั่ววูบ วินาทีต่อมา ก็ยึดมั่นในจิตเดิม เว้นแต่หอดาวตกจะพัฒนาจนถึงวันที่ไม่ต้องมีเขาก็ยังคง

ดำรงอยู่อย่างแข็งแกร่งได้ ไม่งั้นเขาจะไม่มีวันฝึกเฟินเจว๋

ทำลายแล้วสร้างใหม่ พูดง่าย แต่เย่าเฉินรู้ถึงความยากลำบาก พลาดนิดเดียว อาจหมายถึงการดับสูญ

ตลอดกาล

เวลานั้น ค่ายกลค่อยๆ สลายไป เฟินเจว๋จากไป ค่ายกลก็หมดสิ้นสติสัมปชัญญะ ลวดลายค่ายกลดุจสายน้ำ

ไหลแยกย้าย สลายกลายเป็นพลังงานความว่างเปล่า

ค่ายกลสะกดข่มนี้ ก็เป็นวิธีการของจ้าวจักรวาลยุทธ์อย่างแน่นอน มีจิตวิญญาณ เมื่อหมดหน้าที่ก็สลายไปเองตามธรรมชาติ

ไม่เหลือ... ร่องรอยแม้แต่น้อย

ครืนคราน เย่าเฉินยังไม่ทันได้ถอนหายใจกับความลึกล้ำของค่ายกลจ้าวจักรวาลยุทธ์ ก็รู้สึกว่าแท่นบูชาสั่นสะเทือน

เลือนลั่น ถึงกับจะสลายไปในความว่างเปล่าพร้อมกับค่ายกล

เย่าเฉินเหาะถอยหลัง แต่ทว่าสายไปแล้ว กำแพงรอบด้านเริ่มกลายเป็น

ม่านควันสีดำ ม้วนตัวไปมา ในชั่วพริบตา ก็พังทลายลงอย่างสมบูรณ์

เย่าเฉินร่วงหล่นจากกลางอากาศ สำหรับปรมาจารย์ยุทธ์ที่เหาะเหินเดินอากาศได้ นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ทว่า

ในตอนนั้นเอง เย่าเฉินกลับต้องตะลึงเมื่อพบว่า พลังยุทธ์ของเขา ท่ามกลางหมอกควันสีดำที่ม้วนตัว กลับไม่สามารถแผ่

ออกจากร่างกายได้ พอออกจากร่าง ก็จะสลายไปในความว่างเปล่าพร้อมกับหมอกควันสีดำ

ร่วงดิ่งจากความสูงร้อยเมตร เย่าเฉินกลั้นหายใจ เตรียมรับแรงกระแทกรุนแรงได้ทุกเมื่อ สำหรับปรมาจารย์ยุทธ์

แรงกระแทกแค่นี้ ยังไม่นับว่าเป็นอันตราย

ทว่า ทันใดนั้น ผ่านม่านควันสีดำ เย่าเฉินเห็นมู่กู่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ปรมาจารย์ยุทธ์สี่คน

ตั้งค่ายกล พอเห็นเขาร่วงลงมา ก็ลงมือพร้อมกัน บึ้มเดียว พลังยุทธ์สิบกว่าสาย

รวมเป็นหนึ่ง พุ่งเข้าใส่ร่างเขา

ปัง!

เย่าเฉินเวลานี้ไม่สามารถใช้พลังยุทธ์ได้ ทำได้เพียงใช้ร่างกายรับการปะทะตรงๆ

รู้สึกเพียงภายในกายปั่นป่วนรุนแรง ดีที่พลังยุทธ์แม้จะออกจากร่างไม่ได้ แต่ภายในกายยังคงโคจรได้ดั่งใจ

ปกป้องอวัยวะภายในไว้ แม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่ถึงแก่ชีวิต

"จับมันไว้" มู่กู่ยิ้มแสยะ คนที่หัวเราะทีหลัง คือผู้ชนะ ต่อให้เย่าเฉินได้สมบัติ

แล้วไง สุดท้าย ก็ต้องตกอยู่ในมือเขาอยู่ดี

ทว่า ตูม สายฟ้าสีดำพลันผ่าลงมา เห็นเพียงรูหนอนมิติที่ไม่มีใครเข้าไปได้

ที่เปิดออกก่อนหน้านี้ จู่ๆ ก็ระเบิดคลื่นมิติออกมา พลังมิติที่ระเบิดออก ดูดเย่าเฉินที่กำลังร่วงลงมา

เข้าไปพอดี

หลังจากกลืนเย่าเฉินเข้าไป รูหนอนมิติทั้งหมดก็ขยายตัวและหดตัว แล้วหายวับไป

มู่กู่มองดูพื้นที่ว่างเปล่าอย่างเหม่อลอย เดิมทีเย่าเฉินจะไม่ตกลงไปในรูหนอนนี้ เป็นการลอบโจมตี

ของพวกเขา ที่กระแทกเย่าเฉินจากอีกตำแหน่งหนึ่งเข้าไปในรูหนอนนี้

ด้านข้าง สามภูตแมงป่องปีศาจที่ไม่มีใครสนใจ พลันสบตากัน รวมตัวกันตั้งค่ายกล พลัง

ระเบิดออก สังหารใส่มู่กู่!

สามภูตแมงป่องปีศาจใช่คนดีที่ไหน? สบโอกาส ก็ต้องแว้งกัด

เวลานี้ เย่าเฉินหนีเข้าไปในมิติประหลาดแห่งหนึ่ง รอบด้านมืดสนิท แต่ความมืดนี้กลับไม่

บดบังสายตา เป็นการมองเห็นในรูปแบบอื่น

เห็นเพียงรอบด้านล้วนเป็นของวิเศษธาตุมืดนานาชนิด บ้างเป็นสมุนไพร บ้างเป็นวัตถุดิบสำหรับ

สร้างศาสตรา แผ่คลื่นพลังอันแข็งแกร่ง

เวลานี้ เย่าเฉินรู้สึกได้ว่า บาดแผลที่เพิ่งได้รับ ท่ามกลางคลื่นพลังเหล่านี้ กำลังสมานตัว

อย่างช้าๆ ไม่ใช่แค่ดีขึ้นจากภายนอก แต่เป็นการซ่อมแซมจากภายใน

ขณะกำลังประหลาดใจ ทันใดนั้น เจตจำนงสายหนึ่งพลันตกลงมา ตรงหน้าเย่าเฉิน หม้อสีดำขนาดเท่ากำปั้น

ใบหนึ่งปรากฏขึ้น

รูปร่างของหม้อนี้ เหมือนกับหม้อปีศาจที่เห็นแวบๆ ก่อนหน้านี้ไม่มีผิด เพียงแต่ใบมหึมาที่เห็นก่อนหน้านี้

ใหญ่ดุจภูเขา แต่ตรงหน้ากลับมีขนาดเพียงกำปั้น แต่ทว่า กลิ่นอายที่แผ่ออกมา กลับเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน

หรือว่า ขนาดเท่ากำปั้นนี้ คือร่างต้น?

เพียงแต่ ทำไมถึงมาปรากฏตัวต่อหน้าตนแบบนี้?

วูบ...

หม้อมารทมิฬหมุนติ้ว เจตจำนงสายหนึ่งประทับเข้าสู่สมองของเย่าเฉินโดยตรง

หม้อมารทมิฬนี้ ถือกำเนิดท่ามกลางการต่อสู้และปะทะกันของสองต้นกำเนิดแสงสว่างและความมืด เป็นของวิเศษธาตุมืด

โดยกำเนิด เรียกว่า หม้อมารทมิฬ

แต่ทว่า สิ่งที่ตรงข้ามกัน ยังมีของวิเศษธาตุแสงอีกชิ้นหนึ่ง เป็นรูปทรงหม้อเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ หม้อแห่งแสงสว่างถูกคนเอาไปแล้ว ด้วยชะตาลิขิตอันลึกลับบางอย่าง หม้อมารทมิฬก็ถึงเวลา

ต้องออกสู่โลกภายนอก และเย่าเฉิน คือคนที่มันเลือกให้รับบัญชา

ความหมายคร่าวๆ ก็ประมาณนี้ แต่ทว่า นี่เป็นเจตจำนงของของวิเศษ เย่าเฉินก็ไม่รู้ว่าเขาเข้าใจ

ถูกหรือไม่

แต่หม้อเทพตกลงมา ประทับเข้าสู่ร่างกายเขา พลันหลอมรวมเข้ากับวิญญาณของเขา

เหมือนเฟินเจว๋ เย่าเฉินไม่มีโอกาสแม้แต่จะปฏิเสธ รู้สึกเพียงวิงเวียนเหมือนถูกของแข็งกระแทกหัว

เมื่อหม้อมารทมิฬหลอมรวม วัตถุดิบและสมุนไพรต่างๆ ทั่วทั้งมิติ กลายเป็นกระแสน้ำไหลบ่า มุด

เข้าสู่ร่างกายเย่าเฉิน แล้วตกลงไปในหม้อมารทมิฬ ไม่ตกหล่นแม้แต่นิดเดียว

ของวิเศษเหล่านี้ ชิ้นใดชิ้นหนึ่งหากหลุดรอดออกไป ย่อมก่อให้เกิดการแย่งชิงนองเลือด แต่เย่าเฉินเวลานี้

กลับหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เขารู้สึกเหมือนนี่เป็นสินบนที่หม้อมารทมิฬให้เขาพามันออกไปจากที่นี่ หรือ

จะเรียกว่าค่าจ้างน่าจะเหมาะกว่า

ไม่ว่าอย่างไร นี่ก็นับเป็นเรื่องดี เย่าเฉินจึงปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ

เมื่อของวิเศษชิ้นสุดท้ายกลิ้งลงไปในหม้อมารทมิฬ เย่าเฉินก็รู้สึกว่าตรงหน้าสว่างจ้า พลังประหลาด

แห่งมิติสายหนึ่งจับตัวเขาไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วดีดตัวเขาออกไป วินาทีที่บินออกจากมิติ ก็เห็นเงาร่างคุ้นตาอยู่เบื้องหน้า

"พี่เฉิน!"

เงาร่างนั้นคือเฟิงเสียน!

ไม่รู้ว่าหม้อมารทมิฬระบุตำแหน่งอย่างไร ถึงกับส่งเย่าเฉินมาสมทบกับเฟิงเสียนได้โดยตรง

เย่าเฉินในใจรู้สึกทะแม่งๆ หม้อมารทมิฬนี้อยากจะออกไปจากที่นี่ขนาดไหนกันนะ นี่ดูเหมือนจะหา

บอดี้การ์ดให้เย่าเฉินกลายๆ

ทว่า เย่าเฉินเวลานี้รู้สึกได้ว่า เจตจำนงของหม้อมารทมิฬหลังจากออกจากมิติเมื่อครู่ ก็เข้าสู่การหลับใหล

อย่างลึกซึ้ง และบนหม้อมารทมิฬ มีตราประทับวิญญาณที่เป็นของเขาเพิ่มมาสายหนึ่ง เป็นการยอมรับเขาเป็นนาย

แต่ทว่า รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า หม้อมารทมิฬกำลังดูดซับพลังวิญญาณของเย่าเฉินอยู่ตลอดเวลา ดูเหมือนกำลัง

ซ่อมแซมอะไรบางอย่าง

"เฟิงเสียน เจ้าไม่เป็นไรนะ?"

"ไม่เป็นไร เก็บสมุนไพรได้บ้าง แถมยังได้ทักษะยุทธ์สร้างศาสตรามาชุดหนึ่ง พอดีข้ากะว่าจะเรียนสร้างศาสตรา"

เฟิงเสียนยิ้ม เห็นได้ชัดว่าได้ของดีมาเยอะ

เย่าเฉินพยักหน้าอย่างพอใจ เฟิงเสียนค้นพบเส้นทางของตัวเองได้ เขาก็รู้สึกดีใจ

ทันใดนั้น หม้อมารทมิฬในกายสั่นสะเทือน เป็นการแจ้งเตือน!

บึ้ม!

เห็นเพียงด้านข้าง สามภูตแมงป่องปีศาจพุ่งพรวดออกมา สามภูตรวมเป็นหนึ่ง ถึงกับระเบิดพลังน่ากลัว

เทียบเท่าเซียนยุทธ์หนึ่งดาวออกมา

แต่ทว่า มีหม้อมารทมิฬแจ้งเตือน การลอบโจมตีของพวกเขาจึงไร้ความหมาย พลังล้วนๆ ทำอะไรเย่าเฉิน

ไม่ได้ ถอยหนึ่งก้าวหลบหลีก สลายแรงกระแทกของพลังนั้น เย่าเฉินก้าวเท้าไปข้างหน้า เฟิงเสียนด้านข้างก็

ร่วมมือโจมตีประสานอย่างรู้ใจ

บึ้ม!

กระบวนท่ารวมพลังของสามภูตถูกเย่าเฉินทำลาย ร่างของเฟิงเสียนพลิกหมุน เข้าพัวพัน

หนึ่งในภูตทันที ส่วนเย่าเฉินก็จ้องมองอีกคนหนึ่ง สองมือเปิดกว้าง ทักษะยุทธ์ประสานเพลิงเย็นวิญญาณกระดูก กลาย

เป็นฝ่ามือร้อยแปดพันเก้า ประทับลงมาอย่างน่าเกรงขาม อานุภาพของปรมาจารย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด จะดูแคลนไม่ได้!

"รีบหนี"

สามภูตแมงป่องปีศาจตอนนี้ถึงรู้ว่า เย่าเฉินไม่ใช่คนที่พวกเขาจะตอแยได้ อีกคนที่ไม่ได้ถูกโจมตี

ด้วยพลังระดับปรมาจารย์ยุทธ์ ไม่ใช่ไม่อยากลงมือ แต่หาจังหวะลงมือไม่ได้เลย ไอสังหารอันเยือกเย็น

กดทับเขาไว้ ราวกับว่าถ้าเขายื่นมือเข้าไป คนที่จะโดนสังหารจะเป็นเขา

สามภูตแมงป่องปีศาจแม้จะเป็นหนึ่งเดียว แต่ยังไม่ถึงขั้นยอมตายแทนกันได้ เวลานี้ ตะโกน

คำว่า "หนี" ได้ ก็นับว่าหมดหน้าที่แล้ว

อีกอย่างสามภูตแมงป่องปีศาจแม้จะเจ้าเล่ห์ แต่เรื่องฝีมือการหนี ก็นับเป็นเลิศในจงโจว เวลานี้

ในมือทั้งสามคนต่างหยิบของวิเศษประหลาดออกมา ลมปราณเชื่อมโยงกัน พลังมิติสายหนึ่งห่อหุ้มทั้งสามคน

ไว้ เสียงดังบึ้ม ทั้งสามคนกำลังจะหายวับไปพร้อมกัน

เย่าเฉินแค่นเสียงเย็น ฟาดฝ่ามือออกไป ประทับเพลิงเย็นวิญญาณกระดูกฝังลึกที่ด้านหลังหนึ่งในภูต อาศัย

อานุภาพเพลิงวิเศษรบกวนการส่งตัวของพลังมิติ

ทว่า ครู่ต่อมา สามภูตยังคงอาศัยการกระตุ้นของของวิเศษประหลาดนั้น เคลื่อนย้ายหายไป

เพียงแต่ทำแบบนี้ ของวิเศษทั้งสามชิ้นก็แตกละเอียด ไม่เหลือซาก เห็นได้ชัดว่าเพื่อฝืนส่งตัว

ออกไป ต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงลิบ

เฟิงเสียนถอนหายใจ "สามภูตแมงป่องปีศาจนี่ตอแยยากจริงๆ ถ้ากำจัดได้ที่นี่ ก็นับว่า

ทำคุณให้จงโจวแล้ว"

เย่าเฉินส่ายหน้า คนเรามีชะตาของตน เขาไม่ฝืนบังคับ เพียงแต่แปลกใจว่า สภาพของสามภูตแมงป่องปีศาจ

เมื่อครู่ เห็นได้ชัดว่าหลุดพ้นจากการควบคุมของมู่กู่แล้ว ไม่รู้ว่ามู่กู่ประสบเคราะห์กรรมอะไรไปบ้าง

ทันใดนั้น หม้อมารทมิฬในกายสั่นสะเทือนอีกครั้ง เหมือนจะเร่งให้เขารีบออกจากถ้ำมิตินี้ พอคิดถึงของวิเศษที่เก็บไว้ในหม้อมารทมิฬ เย่าเฉินก็รู้สึกว่าถึงเวลาต้องไปแล้ว คนเรารู้จักพอ สำรวจต่อไป ก็ไม่แน่ว่าจะได้อะไรเพิ่ม

ความคิดเพิ่งผุดขึ้น ทันใดนั้น หม้อมารทมิฬระเบิดคลื่นพลังออกมา เปิดช่องทางมิติ

ขึ้นมาช่องทางหนึ่ง

เฟิงเสียนตกใจตาค้าง มองดูช่องทางมิตินี้ อีกด้านหนึ่ง ส่งกลิ่นอายคุ้นเคยของโลกจงโจวออกมา

เดิมทีจะออกจากที่นี่ ต้องผ่านค่ายกลส่งตัวแห่งหนึ่ง การเปิดช่องทางออกไปตรงๆ แบบนี้...

นี่มัน... เวอร์วังเกินไปหน่อยแล้ว

รูปปกนิยาย

ป.ล. :

นิยายภาคเสริมของสัประยุทธ์ทะลุฟ้า จากผู้แต่ง(เทียนฉานถู่โต้ว) วางขายรูปแบบหนังสือจำนวน 1เล่ม(จบ)

0 comments:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

👨‍🏫 นักแต่งนิยายจีน

Main

ตัวละครแนะนำ

📝 บทความล่าสุด