🔥 Note: !!!!! อ่านเลย!

ตำนานเย่าเฉิน (Side Story) : บทที่ 27 ทัณฑ์สายฟ้าโอสถ

ภาพปก

📚 สัประยุทธ์ทะลุฟ้า : ตำนานเย่าเฉิน (Side Story)

บทที่ 27 ทัณฑ์สายฟ้าโอสถ

งานชุมนุมประลองโอสถ

ณ เมืองเซิ่งตาน นี่คืองานมหกรรมอันยิ่งใหญ่ แม้จะไม่มีกฎระเบียบเป็นลายลักษณ์อักษรที่แน่ชัด แต่

ปฏิเสธไม่ได้ว่างานนี้สามารถตัดสินโควตาของตระกูลต่างๆ ที่จะได้เข้าร่วมงานชุมนุมโอสถของหอคอยโอสถในปีหน้า

งานชุมนุมประลองโอสถครั้งนี้ ดึงดูดนักปรุงยาเข้าร่วมกว่าพันคน ส่วนใหญ่ล้วนเป็นศิษย์จากตระกูลระดับสาม

ที่ไร้ชื่อเสียง ส่งมาเพื่อช่วงชิงโอกาสเข้าร่วมงานชุมนุมใหญ่ในปีหน้า

ส่วนห้าตระกูลใหญ่ที่มีขุมพลังเข้มแข็งเหล่านั้น ย่อมไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการเช่นนี้เพื่อให้ได้

โควตา

ตระกูลเหล่านี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คู่แข่ง ศิษย์ที่เก่งกาจที่สุดที่ส่งมา อย่างมากก็แค่ระดับห้าขั้นต้น คู่ต่อสู้ที่แท้จริง

คือเหล่านักปรุงยาที่มาจากภายในหอคอยโอสถเอง คนที่ไร้สังกัดตระกูล แต่กลับมีฝีมือฉกาจฉกรรจ์

"ไป๋เวยลงสนามด้วยตัวเองเลยรึ ฮึ นักปรุงยาระดับเจ็ดขั้นสูง แถมยังสอนศิษย์หนุ่มระดับหกขั้นต้นออกมาได้ถึงสองคน

สถานะของเขาในหอคอยโอสถ ดูท่าจะมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ สินะ"

ตันหู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา แฝงความริษยาอาฆาต เดิมทีไป๋เวยเป็นแค่หนอนแมลงตัวจ้อยที่คอยเดินตามก้นเขา

แต่ต่อมา เพราะเรื่องบางอย่าง เขาถูกหนอนแมลงที่เขาไม่เคยเห็นอยู่ในสายตาตัวนี้แว้งกัด จนก่อความผิดพลาด

ที่ไม่อาจแก้ไข ถูกขับออกจากแดนศักดิ์สิทธิ์นานถึงสิบปี

"ไม่ใช่แค่ไป๋เวย ยังมีเลี่ยวเหิง ได้ยินว่ามีฝีมือถึงระดับแปดขั้นต้นแล้ว นอกจากนี้ ยังมีจ้าวโหย่วซิ่น

เปาลู่หวี หงจินหง..." เจี่ยนเฉิงจางเอ่ยแนะนำเรียบๆ อยู่ด้านข้าง "ครั้งนี้อยากจะติดสิบอันดับแรก เกรงว่า

จะยากลำบาก"

"หึๆ เรื่องนี้ไม่เป็นไร ในบรรดาคนของหอคอยโอสถที่ร่วมงานประลอง มีแค่เจ็ดคนที่เป็นระดับหกขั้นสูงขึ้นไป ด้วย

พรสวรรค์ของเย่าเฉิน การติดสิบอันดับแรก ไม่ใช่ปัญหา ข้าเชื่อในฝีมือของเย่าเฉิน" ตันหู่เฉินแววตาไหววูบ

ระดับนักปรุงยาของเย่าเฉิน อาจจะไม่ถึงระดับหกจริงๆ แต่บนตัวเย่าเฉิน เขาสัมผัสได้ถึงพลังแห่งปาฏิหาริย์

บางอย่าง

พลังที่เป็นรูปธรรม ตอนอยู่ในหุบเขาปีศาจ เย่าเฉินเคยปรุงโอสถระดับหกสำเร็จหลายครั้ง และเคยมีถึงสองครั้ง ที่ถึงขั้นชักนำสายฟ้า!

เป็นที่รู้กันดีว่า โอสถระดับเจ็ดขั้นสูงเท่านั้น จึงจะชักนำสายฟ้าโอสถลงมาได้ หากเป็นขั้นกลาง ก็เป็นเพียงนิมิตฟ้าดิน

ลมเมฆปั่นป่วน ได้ยินเพียงเสียงฟ้าคำราม แต่ไม่เห็นสายฟ้าฟาด แต่โอสถระดับหกของเย่าเฉิน กลับสามารถชักนำสายฟ้าโอสถลงมาได้โดยตรง นั่นจึงจะเป็นยอดโอสถเหนือยอดโอสถ

เพียงแต่ครั้งนั้นเมื่อปรุงยามาถึงขั้นตอนสุดท้ายคือการเก็บโอสถ เย่าเฉินยังหนุ่มแน่น ขาดประสบการณ์รับมือสายฟ้าโอสถ

จึงถูกสายฟ้าทำลายเม็ดยาไป สุดท้ายต้องอาศัยการลงมือของธิดาเทพเผ่าปีศาจ จึงกู้โอสถเสียที่ถูกฟ้าผ่าจนไหม้เกรียม

กลับมาได้หนึ่งเม็ด

เจี่ยนเฉิงจางมองเย่าเฉินแวบหนึ่งอย่างเรียบเฉย แม้จะมีปฏิกิริยาประหลาดจากศิษย์อาหาน แต่เขาก็ยังยากจะ

เชื่อว่า เด็กหนุ่มตรงหน้านี้ จะมีฝีมือระดับนักปรุงยาระดับหก มองอย่างไร ก็แค่ระดับห้า แถมยังมีกลิ่นอาย

ฝืนๆ อยู่บ้าง

เย่าเฉินลูบจมูก เขาไม่ได้มีความมั่นใจเท่าไหร่นัก แต่สำหรับการประลองโอสถ เขากลับรู้สึกคันไม้คันมืออยากลองดู

ณ เวลานี้...

เขตชั้นใน ในห้องลับแห่งหนึ่งของหอคอยโอสถ หานซานซานกำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าชายชราผมขาว

"ซานซาน เจ้าเด็กนั่น จะให้อาศัยอยู่ในหอคอยโอสถไม่ได้"

"ทำไมคะ ท่านอาจารย์ เขาความลับเยอะแยะเลยนะ ศิษย์รู้สึกว่าจะเรียนรู้วิชาปรุงยาได้เพียบเลย นี่

โอสถตรึงวาโยที่ครั้งก่อนศิษย์ปรุงยังไงก็ไม่สมบูรณ์แบบ ก็ได้วิธีจากเขาเนี่ยแหละ"

"เจ้าเด็กนั่น เป็นคนถูกทิ้งของตระกูลเย่า"

"แล้วเกี่ยวอะไรกัน ศิษย์ไม่สนหรอกว่าเป็นคนถูกทิ้งหรืออัจฉริยะ ขอแค่มีประโยชน์กับศิษย์ ก็พอแล้ว"

"เว้นแต่เจ้าจะแต่งงานกับเขา"

"แต่ง... อาจารย์!" ใบหน้าของหานซานซานขึ้นสีแดงระเรื่อ "ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้หรอกนะ แต่เขา

เด็กกว่าศิษย์อีกนะ"

"แอะ ข้าหมายถึงให้เขาแต่งเข้าบ้านเรา"

"ไม่เอาอะ เขาเป็นผู้ชาย ศิษย์เกลียดผู้ชายที่แต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง" หานซานซานคิดจริงจังขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ส่ายหน้า เหตุผลที่นางคิดคือ ถ้าแต่งงานกับเย่าเฉิน นางอาจจะนับเป็นคนตระกูลเย่า แล้วจะได้เรียนวิชาปรุงยาของตระกูลเย่า แต่ถ้าให้เย่าเฉินแต่งเข้าบ้าน เกรงว่าความคิดนี้คงพัง

ไม่คุ้มเสีย นางไม่เอาด้วยหรอก

"งั้นก็ให้เขาไปจากหอคอยโอสถ"

"ไม่ได้!"

"เฮ้อ ก็แค่นักปรุงยาระดับห้าคนหนึ่งเท่านั้น ซานซาน เจ้ายังเด็ก" ชายชราผมขาวส่ายหน้า ดวงตาเปี่ยมด้วยความกังวล ในมุมมองของเขา ความรู้สึกดีๆ ที่หานซานซานมีต่อเย่าเฉินนั้นเริ่มเกินเลย สิบทั้งแปดเก้า เป็นเย่าเฉินที่ใช้ลูกไม้ ล่อลวงหานซานซาน ความจริงแล้วหานซานซานคือเหลนสาวที่เขาทำตกสำรวจไว้ข้างนอก เขาจำต้องระวังตัวเป็นพิเศษ จากการตรวจสอบ กลับพบว่า องค์หญิงน้อยแห่งหุบเขาปีศาจ ดูเหมือนจะถูกเจ้าเด็กนี่ล่อลวงเช่นกัน

"อาจารย์ ท่านอย่าคิดเพ้อเจ้อสิ ศิษย์รู้สึกว่า ด้วยคุณสมบัติของเขา สามารถเข้าเรียนในหอคอยโอสถได้"

"ไม่ได้"

"อาจารย์..."

"อ้อนไปก็ไร้ประโยชน์!"

ชายชราผมขาวเริ่มปวดหัว ศิษย์ปิดด่านคนนี้ ปกติเขาตามใจจนเสียคน จนบ่มเพาะนิสัยเอาแต่ใจตัวเองอย่างในตอนนี้

เขาห่วงมาตลอดว่าในอนาคตนางจะแต่งงานออกไปได้ไหม ดังนั้นปกติพอมีเรื่องอะไร เขาจะขู่ว่าจะจับนางแต่งงาน

ซึ่งปกติจะได้ผลชะงัด นึกไม่ถึงว่าวันนี้...

นางถึงกับเก็บไปคิดพิจารณาจริงๆ!

เกินไปแล้วนะ เจ้าเย่าเฉินคนนี้!

"ทำยังไงถึงจะมีประโยชน์ โธ่ ท่านอาจารย์ปู่เจ้าขา มีเงื่อนไขอะไรก็ว่ามาสิ ยกเว้นเรื่องให้เขาแต่งเข้าบ้านนะ"

หานซานซานเริ่มอ้อนต่อ มารยาหญิงที่ปกติใช้ได้ผล แม้แต่คนที่คลั่งไคล้วิชาปรุงยาอย่างนาง ก็สามารถขุดมาใช้ได้

โดยสัญชาตญาณ นางลุกขึ้นจากพื้น ปีนป่าย เกาะเกี่ยวพันแข้งพันขาชายชราผมขาว

"ปละ... ปล่อย นี่มันใช้ได้ที่ไหน"

"อาจารย์ อาจารย์ รับปากศิษย์เถอะ ศิษย์รับปากเขาไปแล้วว่าจะให้เขาเข้าเรียนในหอคอยโอสถ ถ้าท่านไม่ยอม ศิษย์จะแอบ

สอนเขาเองนะ รวมทั้งวิชาลับด้วย"

"เจ้ากล้าเรอะ! เอ้าๆๆ ข้ามีเงื่อนไขข้อหนึ่ง"

"เงื่อนไขอะไร ห้ามยากเกินไปนะ"

"อืม"

"ก็ได้ ก็ได้ อาจารย์ปู่เชิญบัญชา"

หานซานซานกระโดดลงจากตัวชายชราผมขาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ความจริงนางรู้ชาติกำเนิดตัวเองอยู่แล้ว

ชายชราผมขาว ก็คือท่านทวดของนาง นางแอบใช้โอสถพิสูจน์สายเลือดตรวจสอบมาแล้ว

"เจ้าบอกไม่ใช่รึ ว่าเขาเข้าร่วมงานประลองโอสถครั้งนี้ด้วย ถ้าเขาคว้าอันดับหนึ่งได้ ข้าจะตามใจ

เจ้าทุกอย่าง"

"อาจารย์ ท่านพูดเองนะ"

"อืม คำไหนคำนั้น ห้ามมาตอแยอาจารย์อีก"

"ตกลง ไม่มีปัญหา"

ครืนนน...

ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องคำราม ก็ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ

ชายชราผมขาวสายตาจับจ้อง

"หือ สายฟ้าโอสถลงมาจุติ นี่ใครปรุงโอสถระดับเจ็ดขั้นสูงสำเร็จกัน?"

หานซานซานเองก็ดวงตาเป็นประกาย แม้แต่ตัวนาง หากคิดจะปรุงโอสถระดับเจ็ดขั้นสูง ยังต้องเตรียมการ

มากมายจึงจะสำเร็จ การถือกำเนิดของโอสถระดับเจ็ดทุกเม็ดที่ชักนำสายฟ้ามาได้ สำหรับคนบ้าโอสถอย่างนางแล้ว ก็เหมือน

คนขี้เมาได้กลิ่นสุราบ่มพันปี ชวนให้มัวเมาหลงใหล

"ศิษย์จะไปดู"

"...เดี๋ยว สายฟ้าโอสถนี่ มีอะไร... แปลกๆ"

"อะไรคะ"

"นี่ นี่ไม่ใช่แค่สายฟ้าโอสถ แต่ยังมีสิ่งอื่นปะปนอยู่ด้วย ยอดโอสถ? ยอดโอสถระดับตำนาน!"

ใบหน้าของหานซานซานฉายแววตกตะลึง สามารถปรุงยอดโอสถระดับเจ็ดในงานประลองโอสถได้...

"หา!"

"เป็นอะไรไป"

"งั้นเย่าเฉินก็หมดหวังได้ที่หนึ่งแล้วสิ"

สามารถปรุงโอสถระดับเจ็ดได้ คนผู้นี้ต้องเป็นที่หนึ่งในงานประลองครั้งนี้แน่นอน คิดยังไง เย่าเฉินก็ไม่มีทางชนะได้

"โฮะๆ เช่นนี้ก็ดี ส่งเจ้าเด็กนั่น... อ้อ ก็ได้ เห็นแก่หน้าเจ้า ขอแค่เขาไม่เข้ามาในเขตชั้นในก็พอ"

ชายชราผมขาวทนสีหน้าเสแสร้งแกล้งน่าสงสารของหานซานซานไม่ไหว ส่ายหน้า นังหนูโตแล้ว มีความคิด

ของตัวเองแล้ว ไม่ได้มีใจเดียวกับตาแก่อย่างเขาอีกแล้ว เฮ้อ เป็นทั้งเรื่องดีและไม่ใช่เรื่องดี ความรู้สึกยากจะอธิบาย

หานซานซานเพิ่งจะตระหนักได้ในตอนนี้เองว่า ตั้งแต่เมื่อครู่ อาจารย์หลอกนางมาตลอด และเพราะนางมักจะ

หลงตัวเองจนชิน การได้ที่หนึ่งสำหรับนางเป็นเรื่องง่ายดายเหมือนกินข้าว แต่สำหรับคนอื่น เกรงว่าจะไม่ได้

ง่ายดายปานนั้น

"อาจารย์ ถ้าคราวหน้าท่านทำแบบนี้อีก ศิษย์จะไม่คุยด้วยแล้ว"

"พูดอย่างกับเจ้าเคยคุยกับข้าดีๆ งั้นแหละ" ชายชราผมขาวกลอกตามองบนอย่างฉุนเฉียว ลองคิดดู นอกจากเรื่อง

ที่เกี่ยวกับวิชาปรุงยา ศิษย์ปิดด่านคนนี้ ไม่เคยมาหาเขาเพราะเรื่องอื่นเลย ปกติมีแต่เขาที่เป็นฝ่าย

เข้าหา พอคิดถึงตรงนี้ ชายชราผมขาวก็ยิ่งเหม็นขี้หน้าเย่าเฉินเข้าไปใหญ่ นี่เป็นครั้งแรกที่หานซานซานมาหาเขา

เพื่อเรื่องอื่น ครั้งแรกเชียวนะ ก็เพื่อผู้ชายคนหนึ่ง!

"ศิษย์จะไปดูว่าใครปรุงยอดโอสถได้"

หานซานซานเพิ่งเดินออกจากหอคอยโอสถ ก็เห็นคนวิ่งโซซัดโซเซเข้ามา

"ศิษย์อาหาน..."

"มีเรื่องอะไร"

"ศิษย์อาท่านจำไม่ได้หรือ ท่านให้ศิษย์ช่วยดูงานประลองโอสถ ตอนนี้จบแล้ว..."

"เร็วขนาดนี้เชียว"

"แอะ จะว่าจบแล้วก็ไม่เชิง"

"ตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้น" วูบ ชายชราผมขาวพลันปรากฏตัวที่หน้าประตู จ้องมองศิษย์คนนั้นแล้วถาม

"ศิษย์... ท่านปรมาจารย์..."

ศิษย์คนนั้นตกใจจนลนลาน แค่ศิษย์อาอยู่ต่อหน้า ก็สูงส่งเกินเอื้อมแล้ว นี่ถึงกับเป็นท่านปรมาจารย์ผู้สูงส่งเสียดฟ้า!

"พูด"

"ขะ คือว่า มีคนปรุงโอสถระดับหกเกรดยอดมนุษย์ออกมา ผลคือเตรียมการไม่พร้อม สายฟ้าโอสถระเบิดทำลาย

ลานประลองพินาศ โชคดีที่ไม่มีคนบาดเจ็บล้มตาย..."

ชายชราผมขาวเบิกตากว้าง หัวเราะลั่น "โอสถเกรดยอดมนุษย์? เจ้าแน่ใจนะ?"

"ขอรับ ท่านปรมาจารย์"

"ฮ่าฮ่า แค่เกรดยอดเยี่ยมก็หาดูยากแล้ว นี่เกรดยอดมนุษย์ มิน่าล่ะ... ข้าถึงว่า ในสายฟ้าโอสถ มีกลิ่นอาย

อย่างอื่น เป็นอย่างนี้นี่เอง"

ชายชราผมขาวยื่นมือคว้าตัวหานซานซาน หมุนตัววูบเดียว ก็หายวับไปทันที

ในขณะเดียวกัน ลานประลองโอสถในยามนี้เละเทะไม่มีชิ้นดี โอสถที่กำลังปรุงอยู่ทั้งหมด ล้วน

กลายเป็นเถ้าถ่านในดงสายฟ้า เวลานี้ดูสภาพแล้ว อนาถยิ่งนัก มีแต่ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย

นักปรุงยานับร้อยต่างใช้สายตาเคียดแค้นจ้องมองไปที่คนผู้หนึ่ง เป็นคนผู้นี้แหละที่ปรุงโอสถระดับหกเกรดยอดมนุษย์

จนชักนำสายฟ้าโอสถอันรุนแรงลงมา เดิมทีสายฟ้าโอสถไม่ได้น่ากลัว บนลานประลองมีค่ายกลป้องกันอยู่ แต่

สายฟ้าที่ปรากฏขึ้นครั้งนี้กลับประหลาดพิสดาร ลงมาตูมแรกสามสาย แล้วตามมาอีกสามสาย เปลี่ยนจังหวะจะโคน

ต่อเนื่องสามชุด ในที่สุดก็จับช่องโหว่ของค่ายกลป้องกันได้ ทะลวงตูมเดียวพังทลายลานประลองราบคาบ

ที่น่าแค้นที่สุดคือ โอสถระดับหกที่คนผู้นี้ปรุง กลับไม่ได้รับความเสียหาย แต่โอสถของคนอื่นที่กำลังปรุง

กลับต้องมารับเคราะห์สายฟ้าแทน!

ทุกคนทุ่มเทยากลำบากแทบตาย สุดท้ายกลายเป็นตัดชุดวิวาห์ให้ผู้อื่น

ไป๋เวยก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย เวลานี้เขากัดฟันกรอด แทบอยากจะฉีกร่างคนผู้นี้เป็นชิ้นๆ โยนให้หมูให้หมากิน

คนที่มีความคิดเดียวกับเขา มีไม่น้อยเลย

แม้แต่ตันหู่เฉินกับเจี่ยนเฉิงจางต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือขวาง แต่ว่า...

โอสถเกรดยอดมนุษย์ แม้จะเป็นแค่ระดับหก แต่คำว่า ยอดมนุษย์ ก็เพียงพอที่จะทำให้มันล้ำเลิศ

เหนือธรรมดา! เวลานี้ เจี่ยนเฉิงจางมองไปที่เย่าเฉิน สายตาไม่อาจสงบนิ่งเหมือนก่อนหน้านี้ได้อีกแล้ว

"ศิษย์น้อง... เจ้าเด็กนี่ ตกลงมีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่"

ตันหู่เฉินส่ายหน้า เขาคิดไม่ตก คิดไม่ตกจริงๆ ศักยภาพเช่นนี้ พรสวรรค์เช่นนี้

จะเป็นคนถูกทิ้งของตระกูลเย่าได้อย่างไร? คนตระกูลเย่า ตาบอดกันหมดแล้วหรือ? ใช่ เขาหวัง

จะได้เห็นปาฏิหาริย์ในตัวเย่าเฉิน แต่เขาหวังแค่เย่าเฉินปรุงโอสถระดับหกเกรดยอดเยี่ยมได้ก็พอ แค่เกรดยอดเยี่ยม

ก็มีทุนพอจะติดสิบอันดับแรกแล้ว ว่ากันตามตรง ต่อให้ไม่ติดอันดับ เขาพา ลูกศิษย์ ที่มีพรสวรรค์ขนาดนี้กลับมา

ย่อมได้หน้าได้ตา สามารถดำเนินการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ในหอคอยโอสถได้มากมาย

เพียงแต่ สายฟ้าฟาดลงมา เกิดหายนะใหญ่หลวง งานประลองพังยับ ไม่รู้ว่าเย่าเฉินไปล่วงเกิน

ผู้คนไปเท่าไหร่...

อย่างไรก็ตาม คนเป็นคนพามา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็ต้องแบกรับ

"แอะ เย่าเฉิน นำโอสถขึ้นไป แนะนำตัวหน่อย"

ตันหู่เฉินกัดฟัน ฝ่าสายตาอาฆาตของฝูงชน ส่งสัญญาณให้เย่าเฉินส่งโอสถที่ปรุง

เสร็จแล้วขึ้นไปประเมินตามขั้นตอน

"ช้าก่อน เจ้าเด็กนี่จิตใจอำมหิต วางแผนทำลายงานประลอง จะให้ผ่านไปง่ายๆ แบบนี้ได้ยังไง"

พอเห็นตันหู่เฉินออกหน้า ไป๋เวยก็ไม่ทนอีกต่อไป ก้าวออกมา ชี้หน้าด่าเย่าเฉิน

คำพูดนี้ แทงใจดำทุกคนเข้าอย่างจัง แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าความผิดไม่ได้อยู่ที่เย่าเฉิน แต่หายนะ

ครั้งนี้ ต้องมีคนรับผิดชอบ!

ถ้าโอสถของเย่าเฉินพังไปด้วย ทุกคนคงได้แต่ก้มหน้ารับซวย แต่ดันมีแค่โอสถของเย่าเฉิน

ที่ไม่พังพินาศไปในสายฟ้าโอสถ นี่ทำให้ทุกคนทนรับไม่ได้ โบราณว่าไว้ ไม่กลัวได้น้อย แต่กลัวได้ไม่เท่ากัน

ทันใดนั้น เย่าเฉินก็ตกเป็นเป้าโจมตีของมหาชน

เย่าเฉินยืนอยู่บนเวที ชั่วขณะนั้นทำตัวไม่ถูก ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ถูกนักปรุงยามากมายขนาดนี้

จ้องมองด้วยความโกรธแค้น แรงกดดันนี้ พุ่งตรงเข้าสู่จิตวิญญาณ ไม่ต่างอะไรกับกำลังถูกโจมตีด้วยพลังวิญญาณอันรุนแรง

ตูม!

ท้องฟ้าเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น เงาดำร่อนลงพื้น คือหานซานซานกับชายชราผมขาว

หานซานซานมองเย่าเฉินด้วยความยินดีปรีดา หันขวับไปตวาดใส่ไป๋เวย "ใครว่าเขาจิตใจ

อำมหิต ฮึ! ข้าว่า เป็นเจ้าที่ไม่ยอมรับความจริงมากกว่า! แน่จริง เจ้าก็ปรุงโอสถเกรดยอดมนุษย์ออกมาสิ! คนของข้า เจ้ากล้าดียังไงมาเห่าหอนใส่!"

ฮือฮา!

หานซานซานเป็นใคร ตระกูลเล็กๆ หลายตระกูลอาจไม่ชัดเจน แต่ที่มาของชายชราผมขาว

ทั่วทั้งเมืองเซิ่งตานไม่มีใครไม่รู้จัก ไม่มีใครไม่รู้แจ้ง! ในหอคอยโอสถ เป็นบุคคลระดับแนวหน้า พูด

คำเดียว สั่นสะเทือนได้ทั้งหอคอยโอสถ! แม้หลายสิบปีมานี้จะไม่ยุ่งทางโลก แต่ขอเพียงยังมีชีวิตอยู่

บารมีก็เพียงพอให้ฟ้าดินเงียบเสียง

และหานซานซานคือคนที่ผู้เฒ่าท่านนี้พามาด้วยตัวเอง ย่อมไม่มีใครกล้าเงยหน้าพูดสอด

เย่าเฉินตะลึงงัน เงยหน้ามองหานซานซาน แต่ทว่า พลังประหลาดบางอย่าง กลับ

ชักนำสายตาของเขา ให้เบนไปทางอื่น ไปสบประสานกับดวงตาของชายชราผมขาวเข้าอย่างจัง

ตูม

ในสมองของเย่าเฉินเกิดเสียงระเบิดกึกก้อง ราวกับร่วงหล่นจากความสูงหมื่นเมตรดิ่งลงสู่ห้วงลึกมหาสมุทร ทันใดนั้น วิญญาณ

คล้ายแตกสลาย เป็นความรู้สึกน่ากลัวที่ไม่อาจบรรยาย แต่ทว่า ในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนจะแตกสลาย ส่วนลึก

ในวิญญาณเย่าเฉินผุดพลังสายหนึ่งขึ้นมา รักษาเส้นสุดท้ายไว้อย่างเหนียวแน่น!

ดวงตาชายชราผมขาวฉายแววประหลาดใจ ด้วยพลังวิญญาณของเขา ความลับทั้งหมดของเจ้าหนูนี่ ควรจะ

ถูกมองทะลุปรุโปร่งในพริบตา แต่เย่าเฉินกลับรักษาจิตเดิมไว้ได้ในเฮือกสุดท้าย แม้ส่วนอื่นจะพังทลายยับเยิน

แต่ไม่ว่าเขาจะกระตุ้นพลังวิญญาณรุกรานอย่างไร ก็ไม่อาจทำลายปราการด่านสุดท้ายนั้นได้

มิน่าเล่าเจ้าเด็กนี่ถึงปรุงโอสถเกรดยอดมนุษย์ได้ ในด้านพลังวิญญาณ เจ้าเด็กนี่มีพรสวรรค์ที่น่ากลัวยิ่งนัก

เกรงว่า... จะมีระดับเจ็ดขั้นสูง ไม่สิ... อาจจะสูงกว่านั้น แต่ความคิดนี้ ออกจะเวอร์ไปหน่อย

เป็นมาแต่กำเนิด? หรือฝึกฝนขึ้นมาภายหลัง?

แซ่เย่า? ถ้าแซ่หุน... ก็พอจะฟังขึ้น แซ่เย่า ดูจะไม่สมเหตุสมผล กำลังครุ่นคิด หานซานซานกลับจับได้ว่าชายชรากำลังใช้จิตสำรวจเย่าเฉิน ร้องประท้วงเสียงใส

"อาจารย์! ท่านจะผิดสัญญาเหรอ"

นางอ้างถึงสัญญาเมื่อครู่ หากเจ้าเด็กนี่ได้ที่หนึ่งในงานประลอง ก็จะให้เข้าเรียนวิชาปรุงยาใน

หอคอยโอสถ

"เออๆๆ ข้ารู้แล้ว ก็แค่ลองเชิงดูเท่านั้น"

ในใจชายชราผมขาวกลับกำลังคิดว่า หรือจะให้หานซานซานแต่งงานกับเจ้าหนูนี่ได้จริงๆ? จิตวิญญาณ

ของเจ้าหนูนี่แข็งแกร่งขนาดนี้ ถ้าให้เขาขัดเกลาบ่มเพาะสักหน่อย...

"อาจารย์! งั้นตอนนี้ลงชื่อให้เขาเข้าหอคอยโอสถได้เลยใช่ไหม"

หานซานซานรอไม่ไหวแล้ว บนตัวเย่าเฉินมีความลับเกี่ยวกับวิชาปรุงยามากมาย แค่มองเขาปรุง

ยา ก็กระตุ้นประกายแห่งแรงบันดาลใจในใจนาง ความรู้สึกนั้น เหมือนกับเปลวไฟกำลังลุกโชนอยู่ในส่วนลึกของร่างกาย!

ที่ทำให้นางแปลกใจยิ่งกว่า คือเย่าเฉินถึงกับปรุงโอสถเกรดยอดมนุษย์ได้!

แอบเจ็บใจนิดๆ จนป่านนี้นางยังไม่เคยปรุงโอสถเกรดยอดมนุษย์สำเร็จเลยสักครั้ง แม้แต่

โอสถระดับสอง ระดับสาม ความสำเร็จสูงสุดก็แค่เกรดยอดเยี่ยมเท่านั้น

คำว่า ยอดมนุษย์ สามคำนี้สำหรับนักปรุงยา คือเกียรติยศสูงสุด!

จิตใจเย่าเฉินสั่นสะเทือน หลุดพ้นจากวังวนจิตของชายชราผมขาว การปะทะวิญญาณชั่วพริบตาเมื่อครู่

ความจริงแล้วทำให้เขาได้รับประโยชน์มหาศาล เหมือนกับการตีเหล็ก ขณะต้านทานการรุกรานทางวิญญาณ

ของชายชราผมขาว พลังวิญญาณที่บริสุทธิ์ที่สุดขุมหนึ่งถูกหลอมออกมา พอกลับมาสงบ มองไปรอบด้าน ราวกับทุกสิ่ง

แตกต่างไปจากอดีต

"เอ๊ะ?" ชายชราผมขาวตาเป็นประกาย สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ของเย่าเฉิน เหลือเชื่อจริงๆ เจ้า

เด็กนี่ถึงกับเติบโตได้ในวิกฤต แถมรวดเร็วปานนี้!

"เจ้า ตามข้ามา" ชายชราผมขาวเดินไปตรงหน้าเย่าเฉิน กล่าว

เย่าเฉินอ้าปากค้าง เห็นหานซานซานพยักหน้าให้เขาถี่ยิบ บอกให้เขารับปาก จึงน้อม

คารวะ "มิกล้าขัดคำสั่ง"

ชายชราผมขาวพยักหน้า ยื่นมือม้วนตัวเย่าเฉิน พาเขาและหานซานซานหายวับไปจาก

ลานประลอง

คนอื่นๆ ที่เหลือ ต่างเงียบกริบไม่กล้าส่งเสียง เบื้องบนเคลื่อนไหว ตัวเล็กๆ อย่างพวกเขาจะกล้าเห่าหอน?

"แอะ งานประลองโอสถวันนี้ยุติชั่วคราว พรุ่งนี้เวลาเดิม นักปรุงยาที่โอสถเสียหายจากสายฟ้า

ให้ดำเนินการต่อได้"

ผู้จัดงานประลองเพิ่งจะก้าวออกมา ประกาศผลการหารือเมื่อครู่ ในประวัติศาสตร์ของเมืองเซิ่งตาน

ยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์งานประลองพังเพราะสายฟ้าโอสถมาก่อน

สีหน้าตันหู่เฉินประหลาดพิกล ชายชราผมขาว คืออาจารย์ของมารดา คืออาจารย์ปู่ของเขา...

และเย่าเฉินที่เขาพามา ถูกอาจารย์ปู่พาตัวไป!

เรื่องนี้...

"เรื่องดี หรือเรื่องร้าย? ศิษย์พี่ใหญ่?"

เจี่ยนเฉิงจางก็เอ๋อรับประทาน ถูกศิษย์อาหานถูกใจ ความจริงไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะศิษย์อาคือคนบ้า

ยา ไม่ค่อยมีใครใส่ใจ แต่ท่านปรมาจารย์พาตัวเจ้าเด็กนี่ไป ทั่วทั้งเมืองเซิ่งตาน คงได้สั่นสะเทือนแน่

"ข้า... ก็ไม่รู้ คนเจ้าเป็นคนพามา เตรียมตัวให้ดี บางที ท่านปรมาจารย์อาจจะ

เรียกเจ้าไปสอบถาม ต่อหน้าท่านปรมาจารย์อย่าได้ตุกติก คำโกหกใดๆ ต่อหน้าท่าน ไม่มีทาง

ซ่อนเร้นได้"

อึก ตันหู่เฉินกลืนน้ำลาย พยักหน้า

อันดับของเย่าเฉินในงานประลอง สุดท้ายก็ปล่อยเบลอไป เพราะวันที่สองไม่ได้กลับมาที่งาน

โอสถเกรดยอดมนุษย์ที่ปรุงได้ก็ไม่ได้ส่งไปประเมิน ตามขั้นตอน ก็ถือว่าหมดสิทธิ์แข่งขัน

ทว่า สถานะของตันหู่เฉินมั่นคงขึ้นในพริบตา ได้รับการเรียกตัวจากท่านปรมาจารย์ ได้รับคำชี้แนะทองคำ

ยืนยันตำแหน่งใหม่ในหอคอยโอสถ แต่แน่นอน ข้ออ้างที่ว่าเย่าเฉินเป็นลูกศิษย์ ย่อมเปลี่ยนเป็นต้นกล้าชั้นดีที่เขาพามาจากข้างนอกโดยอัตโนมัติ...

ยังคงเป็นห้องลับที่ชายชราผมขาวปิดด่าน...

"อาจารย์ ศิษย์ไม่รับเขาเป็นศิษย์หรอกนะ ถ้าไม่เอา ท่านก็รับเองสิ" หานซานซานส่ายหน้าแรงๆ ปฏิเสธ

ความต้องการของอาจารย์

"ทำไม คำพูดอาจารย์ไม่กล้าฟังแล้ว?"

"เปล่า ศิษย์รู้สึกว่าการมีลูกศิษย์มันน่ารำคาญ อาจารย์ไม่รู้สึกว่าศิษย์น่ารำคาญเหรอ มารบกวนเวลาปรุงยา

อะ นี่ ศิษย์แค่จะดูเขาปรุงยา ถกเถียงแลกเปลี่ยนกับเขา เรื่องสอน ศิษย์ไม่ทำ"

ชายชราผมขาวพูดไม่ออกไปชั่วขณะ อยากได้แต่ประโยชน์ ไม่รับผิดชอบ ศิษย์ปิดด่านคนนี้ เขา...

รับมาได้ล้มเหลวจริงๆ

"อาจารย์ งั้นท่านจับเขามาเป็นศิษย์น้องศิษย์ซะเลยสิ"

"อาจารย์ประกาศต่อคนทั้งใต้หล้าแล้ว ว่าเจ้าคือศิษย์ปิดด่าน จะให้อาจารย์ตระบัดสัตย์รึ?"

"เอ่อ ยังไงศิษย์ก็ไม่รับ"

"ไม่รู้ล่ะ เจ้าเป็นคนขอคนมา เจ้าต้องรับผิดชอบเรื่องของเขา"

ชายชราผมขาวเริ่มโมโห สะบัดแขนเสื้อ ลมประหลาดพัดหานซานซานลอยออกนอกประตู ไล่ตะเพิด

ออกไป

หานซานซานแลบลิ้น

"โมโหอะไรเล่า ไม่รับศิษย์ก็คือไม่รับ ให้รับผิดชอบ... ข้า

ก็จะให้เขาเป็นเด็กยกยา จะเรียนได้เท่าไหร่ก็อยู่ที่ความเข้าใจของเขาเองแล้วกัน"

หนึ่งเดือนต่อมา...

ห้องปรุงยา

"เย่าเฉิน! ข้าบอกกี่รอบแล้ว ห้ามใช้หม้อเทพทมิฬของข้าปรุงยา!"

"ขอยืมใช้หน่อยไม่เป็นไรหรอกน่า"

"ใครว่าไม่เป็นไร เจ้าใช้แล้ว ข้ารู้สึกว่าหม้อของข้าแท้ๆ แต่กลับมีช่องว่างกับข้าซะงั้น!"

"เอ่อ อาจจะเป็นเพราะความเข้ากันได้ของข้ากับมันมีมากกว่ามั้ง"

เย่าเฉินลูบจมูก

"ฮะ! เจ้าลูบจมูก เจ้าโกหก เจ้าต้องทำอะไรแน่ๆ! รีบสารภาพมา บอกมา

พี่สาวจะไม่โทษเจ้า"

"แอะ ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ" เย่าเฉินไพล่มือไปด้านหลัง ครั้งก่อนเชื่อคำพูดนี้ของหานซานซาน เขาไม่ได้นอนทั้งคืน หลับตาก็ฝันร้าย ผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงสวย ทางที่ดีอย่าไปตอแย

หานซานซานโกรธจัด ดี ถามอะไรก็ไม่บอก ดูท่าเสือไม่คำราม เห็นเป็นแมวป่วย

สินะ กระโจนเข้าใส่เย่าเฉินอย่างเกรี้ยวกราด "ตายซะเถอะ!"

ฟัดเหวี่ยงกันยกใหญ่ สุดท้าย กลับเป็นเย่าเฉินที่ชนะ...

เย่าเฉินที่ทนรับความนุ่มนิ่มของผู้หญิงไม่ไหว ร้องบอกส่งเดชว่า "เมื่อกี้ข้ามีการค้นพบใหม่" เท่านั้นแหละ

ทำให้หานซานซานปลดอาวุธทันที ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หันมาคุยเรื่อง

วิชาปรุงยากับเย่าเฉินอย่างออกรส

แต่เห็นได้ชัดว่า สายตาของเย่าเฉินมองเฉียงๆ ไปทางอื่น... ระหว่างการฟัดเหวี่ยงเมื่อครู่ สาบเสื้อของหานซานซานหลุดลุ่ย

เผยให้เห็นผิวขาวเนียนอมชมพูวับๆ แวมๆ

รูปปกนิยาย

ป.ล. :

นิยายภาคเสริมของสัประยุทธ์ทะลุฟ้า จากผู้แต่ง(เทียนฉานถู่โต้ว) วางขายรูปแบบหนังสือจำนวน 1เล่ม(จบ)

0 comments:

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็น

👨‍🏫 นักแต่งนิยายจีน

Main

ตัวละครแนะนำ

📝 บทความล่าสุด