#นิยายผนึกเทพ1.5
ผนึกเทพบัลลังก์ราชันย์ ภาค1.5 : ตำนานเทพผู้พิทักษ์สวรรค์ (Side Story) |
![]() ตอนที่2 : ข้ากลายเป็นมนุษย์ __________________________________ ตั้งแต่ผู้สร้างจากไป ตัวข้าเองก็มีความรู้สึกใหม่เกิดขึ้น ซึ่งดูเหมือนมันจะเรียกว่าความเหงา ตอนที่เขายังอยู่ ข้าดูเขาสร้างโลก ฟังเขาพูดถึงกระบวนการสร้างโลก ตอนนั้นข้าไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษใดๆ แต่เมื่อเขาจากไปแล้ว ดูเหมือนว่าข้าเป็นเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในจักรวาล ข้าถึงขั้นรู้สึกด้วยซ้ำ ว่าข้าต้องการรวมเข้ากับจักรวาล แต่ก็มีพลังบางอย่างในจักรวาลที่คอยปฏิเสธข้าอยู่เสมอ ข้าไม่รู้ว่าสิ่งนี้กระทำโดยผู้สร้าง ที่กลายเป็นต้นกำเนิดของจักรวาลหรือไม่ ต้องเป็นเขาแน่ๆ มันต้องเป็นเจ้าคนน่ารังเกลียดคนนี้ เราเป็นฝาแฝดกันชัดๆ แต่เขาเกลียดข้าเสมอ และข้าเองก็เกลียดเขาเหมือนกัน หลังจากนั้นไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ในความเหงาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ข้าพบว่าสติของข้าไม่ได้สลายหรือหลอมรวมเข้ากับจักรวาล แต่มันกลับชัดเจนยิ่งขึ้น จิตสำนึกที่ชัดเจนนี้ ทำให้ความเกลียดชังภายในของข้าที่มีต่อผู้สร้างแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ข้าค่อยๆ ค้นพบสถานการณ์หนึ่งที่น่าสนใจ อาจเป็นเพราะผู้สร้างได้หายไปอย่างสมบูรณ์แล้ว สติของข้าจึงไม่ถูกจำกัดอยู่ในขอบเขตแคบๆ อีกต่อไป แต่เริ่มแผ่ขยายออกทีละน้อย จนกระทั่งเคลื่อนไหวได้ การค้นพบนี้ทำให้ข้าประหลาดใจมาก จนข้าเริ่มพยายามควบคุมการเคลื่อนไหวของจิตสำนึกของตัวเอง ผู้สร้างที่น่ารังเกียจได้ผนึกพลังที่ข้าควรจะมีเอาไว้ ดังนั้นสิ่งที่ข้าสามารถพึ่งพาได้ ก็มีแค่จิตสำนึกดั้งเดิมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มันยากเกินไปที่จะเชื่อว่าจิตสำนึกจะเคลื่อนไหว แต่ตอนนี้มันก็เคลื่อนไหวจริงๆ ตอนนี้ไม่มีผู้สร้างที่คอยขัดขวางแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะเคลื่อนไหวได้อย่างช้าๆ มันก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะอย่างไรก็ตาม เวลาไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับข้าเลย ด้วยวิธีนี้ จิตสำนึกของข้าค่อยๆ ล่องลอยไปในทิศทางหนึ่งอย่างช้าๆ และในขณะที่เคลื่อนไหว ข้าก็รู้สึกถึงความมหัศจรรย์ของจักรวาลใหม่ที่สร้างขึ้นโดยผู้สร้าง ถึงแม้จะรู้สึกเกลียดเขามากเพียงใด แต่ก็ต้องยอมรับว่าจักรวาลที่เขาสร้างขึ้นใหม่นั้นแปลกประหลาดมาก มีดวงดาวพร่างพรายและเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เมื่อข้ารู้สึกถึงการดำรงอยู่ของดาวเคราะห์เหล่านั้น ด้วยลมหายใจแห่งชีวิต ข้าก็มีความคิดแปลกๆ เกิดขึ้นในใจ ผู้สร้างกล่าวเอาไว้ ว่าผลงานที่เขาภาคภูมิใจที่สุดคือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "มนุษย์" และมนุษย์ได้สืบทอดความคิดสร้างสรรค์ของเขาในระดับหนึ่ง และมันสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ผ่านการวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น วิวัฒนาการควรเป็นสัญชาตญาณของประชากรกลุ่มนี้ ถ้าข้าสามารถมีพลังแห่งการวิวัฒนาการได้ ข้าจะสามารถทำลายผนึกที่ผู้สร้างทำไว้กับได้หรือป่าวนะ? ทันทีที่ความคิดนี้ปรากฏขึ้น ข้าก็มีความรู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะควบคุมอารมณ์ไว้ไม่ได้ ผู้สร้าง เจ้ารอก่อนเถอะ หากข้าทำลายผนึกได้จริงๆ ข้าจะพยายามทุกวิถีทาง เพื่อทำลายทุกสิ่งที่เจ้าสร้างขึ้น เจ้าเป็นคนบอกเองนะ ว่าข้าเป็นฝ่ายตรงข้าม? หลังจากนี้ข้าจะทำลายทุกสิ่ง หากทุกสิ่งถูกทำลาย จักรวาลก็จะไม่วิวัฒนาการเพื่อกลับไปสู่จุดกำเนิดอีกโดยธรรมชาติ เมื่อคิดได้เช่นนี้ หัวใจของข้าเต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาท ตอนนี้ไม่รู้ว่าผ่านไปอีกนานเท่าไหร่แล้ว ที่จิตสำนึกของข้าได้เข้าสู่ห้วงนิทรา เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง จู่ๆ ข้าก็รู้สึกถึงความผันผวนอย่างรุนแรง ของลมหายใจแห่งชีวิต ซึ่งลมหายใจแห่งชีวิตนี้ ข้าคุ้นเคยกับมันมาก เพราะผู้สร้างได้แสดงให้ข้าเห็นหลายครั้งแล้ว เขาบอกว่าจุดประสงค์พื้นฐานที่สุดของการสร้าง ก็คือการสร้างชีวิต และมีเพียงชีวิตเท่านั้นที่สามารถดำรงอยู่ได้ มันเป็นดาวเคราะห์ที่มีสีฟ้า สีเขียวและสีอื่นๆ ใช่แล้ว นั่นคือสี มันแตกต่างจากดวงดาวที่สว่างไสวและจักรวาลอันมืดมิด เหมือนลางสังหรณ์จะบอกว่า ที่นี่อาจมีโอกาสที่ข้าต้องการ ข้าเริ่มตื่นตัวและควบคุมสติเพื่อเข้าใกล้ดาวเคราะห์ดวงนี้ ในที่สุด เมื่อสติสัมปชัญญะของข้าสัมผัสกับดาวเคราะห์ดวงนั้นจริงๆ ลมหายใจแห่งชีวิตที่เข้มข้นเป็นพิเศษก็ล้อมรอบเข้ามา ราวกับว่าข้ากำลังหลอมรวมเข้าไปในโลกนั้นทีละก้าว และสติสัมปชัญญะของข้าก็จมลง จมลง และจมลงไป ข้ารู้สึกถึงบางอย่าง มันเป็นความผันผวนของจิตสำนึกที่เบาบางมาก เมื่อเทียบกับของข้า และยังมีพลังงานแปลกๆ อีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นข้าก็รู้สึกว่า สติสัมปชัญญะของข้าดูเหมือนจะจางลง สิ่งต่างๆ ที่รู้สึกได้ก่อนหน้านี้ก็เริ่มเลือนลาง และก่อนที่ข้าจะทันได้ตอบโต้อะไร ก็หมดสติไปแล้ว เมื่อข้าตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็พบว่าตัวเองอยู่บนโลกใบนี้แล้ว มันเป็นถิ่นทุรกันดาร และขอบเขตจิตสำนึกที่ข้าสัมผัสได้ก็ดูเหมือนจะแคบลงมาก ทันใดนั้น ข้าก็รู้สึกโกรธมาก เพราะข้ารู้แล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันคือผนึก ผนึกที่ผู้สร้างทำไว้ เมื่อข้าติดต่อกับระนาบที่เขาสร้างขึ้น พลังของผนึกจึงได้กดขี่จิตสำนึกเดิมของข้าอย่างรุนแรง ถึงข้าจะรู้สึกโกรธมาก แต่หลังจากนั้นไม่นาน อารมณ์ของข้าก็ค่อยๆ สงบลง เพราะเข้าใจว่าความโกรธไม่ได้ช่วยอะไร ตอนนี้ต้องขบคิดว่าจะทำอย่างไรกับสถานการณ์แบบนี้ แม้ว่าผู้สร้างจะเกลียดข้า แต่ถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นฝาแฝดกัน ถึงเขาจะแข็งแกร่งกว่าข้ามาก เขาก็ทำได้แค่ผนึกข้าเอาไว้เท่านั้น แต่ไม่สามารถสังหารข้าได้ อีกทั้งข้าก็ไม่รู้ ว่าข้าจะตายได้อย่างไร เพราะอย่างไรข้าเองก็เป็นส่วนหนึ่ง ของต้นกำเนิดจักรวาลที่สร้างขึ้นใหม่นี้ ขณะที่กำลังคิดว่าจะทำอะไรอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงแปลกๆ "ตะตะตะ! ตะตะตะ!" นั่นเสียงอะไร? ในระยะไกล สิ่งมีชีวิตกลุ่มหนึ่ง กำลังมุ่งมายังทิศทางที่จิตสำนึกของข้ากำลังจมปลัก และเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่ข้าจำได้ นั่นก็คือมนุษย์ ท้ายที่สุดแล้วผู้สร้าง ได้แสดงให้ข้าเห็นว่ามนุษย์หน้าตาเป็นอย่างไร มนุษย์บางคนกำลังเดินและบางคนกำลังขี่สัตว์สี่เท้า ข้ามารู้ทีหลังว่าสัตว์ชนิดนี้มันเรียกว่าม้า ด้านหลังยังมีรถคันหนึ่งติดตามไปด้วย เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังจะเคลื่อนผ่านจุดที่ข้าอยู่ ก็ได้แต่เฝ้าดูพวกเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่รู้ถึงการดำรงอยู่ของข้า แต่ในขณะนั้นเอง ดูเหมือนว่ามีแรงดูดพิเศษบางอย่างกำลังดูดข้า ความรู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนไปชั่วขณะ ก่อนจะหมดสติลงไปอีกครั้ง เมื่อข้าได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ก็รู้สึกถึงความอบอุ่น ใช่ ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข้ารู้ได้อย่างไร แต่ก็เพิ่งเข้าใจว่าสิ่งนี้เรียกว่าอุ่น ดูเหมือนว่าข้าจะแช่อยู่ในของเหลวอุ่นๆ ยิ่งไปกว่านั้นคือยังมีความรู้สึกอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ความรู้สึกถึงการสัมผัส “ที่รัก ลูกของเราจะคลอดในอีกสามเดือน คุณตัดสินใจตั้งชื่อให้เขาหรือยัง” "แน่นอน ฉันคิดเรื่องนี้ไว้นานแล้ว เจ้าตัวเล็กนี้เป็นน้องใหม่ของครอบครัว กริฟฟินของเรา เรียกเขาว่า ออสติน กริฟฟินก็ได้" “ทำไมตั้งชื่อผู้ชาย คุณรู้ได้ยังไงว่าเขาจะไม่ใช่ผู้หญิง” "ฉันเชื่อสัญชาตญาณ" ในฐานะที่เป็นสิ่งมีชีวิตดั้งเดิมของจักรวาล นอกเหนือจากผู้สร้าง ข้าก็เข้าใจภาษาของพวกเขาได้โดยธรรมชาติ ออสติน กริฟฟิน? นั่นไม่ใช่ชื่อของข้าเหรอ? แม้ว่าพวกเขาจะพูดชื่อในภาษาของพวกเขาเอง แต่ข้าก็ยังเข้าใจได้ ว่ามันเป็นชื่อของข้า นี่มันเกิดอะไรขึ้น? เด็ก? ข้าอยู่ที่นี่ได้ยังไง... สามเดือนต่อมา ก็ตระหนักได้ ว่าข้าอยู่ในสถานะอะไร จิตสำนึกของข้าถูกดูดเข้าไปในร่างของหญิงมีครรภ์ในขบวนรถม้าที่แล่นผ่านในตอนนั้น และจากนั้นข้าก็ปฏิสนธิในท้องของเธอ ใช่แล้ว ข้ากลายเป็นมนุษย์แล้วจริงๆ มนุษย์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้สร้าง แต่คราวนี้ข้าไม่มีอารมณ์โกรธแล้ว เพราะรู้สึกได้ว่ามีลมปราณแปลกๆ ในร่างกายของมนุษย์ นั่นคือลมปราณแห่งการสร้าง แม้ว่ามันจะเบาบางและมีเพียงเล็กน้อยก็ตาม มันมีลักษณะที่สำคัญที่สุดสองประการที่ผู้สร้างมอบให้กับมนุษย์ ประการแรกคือความคิดสร้างสรรค์ และอีกประการหนึ่งคือการเติบโต และนั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าต้องการอยู่เหรอ? ด้วยความคิดสร้างสรรค์และการเติบโต ก็อาจสามารถทำลายผนึกที่เขาวางไว้กับข้าได้ ตราบใดที่ทำลายผนึกได้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเป็นของข้าทั้งหมด ตอนนี้ข้าอ่อนแอมาก เพราะยังเป็นทารก แต่ถึงแม้ว่าจิตสำนึกของข้าจะถูกผนึกไว้ มันก็ยังเหนือกว่าคนธรรมดา เพียงแค่ฟังมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพ่อแม่พูดคุยกับข้า ก็ค่อยๆ เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่าง เกี่ยวกับโลกที่อาศัยอยู่ |
0 comments:
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น